ข้อเท็จจริงการจับกุมแครื่องบินบรรทุกอาวุธ ที่ดอนเมือง ....

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ข้อเท็จจริงการจับกุมแครื่องบินบรรทุกอาวุธ ที่ดอนเมือง ....

ตั้งหัวข้อ by dimistry on Wed Dec 16, 2009 8:54 pm

จากกรณีที่ทางการไทย เข้าจับกุมและยึดยุทโธปกรณ์ที่มีการบรรรทุกใส่เครื่องบินที่ลงจอดเติมน้ำมันที่สนามบินดอนเมือง และจากการที่มีข่าวว่ามีการสั่งให้เครื่องบิน F 16 เข้าทำการ Intercept ให้ลงจอด ต่างๆนาๆ รวมถึงที่รัฐบาลไทยออกมาดี๊ด๊าว่านี่เป็นผลงานชิ้นโบว์แดงอย่างยิ่ง ซึ่งเรื่องมีความเป็นมาอย่างไรนั้น ผมขอนุญาตลำดับเหตุการณ์ให้ฟังโดยสังเขปดังนี้ครับ

เครื่องบินลำดังกล่าวนี้ เดินทางจากประเทศเกาหลีเหนือ โดยมีแผนการบินคือ การจอดเติมน้ำมันที่ประเทศไทย และที่ศรีลังกา โดยปลายทางอยู่ที่ประเทศอิหร่าน (ให้สังเกตุประเทศปลายทางครับ) การที่มีข่าวว่าปลายทางอยู่ที่ศรีลังกานั้นเป็นความจริงเพียงครึ่งเดียว และในเมื่อประเทศปลายทางเป็นประเทศอิหร่าน ก็คงเป็นอื่นไปไม่ได้ที่ผู้ซื้ออาวุธนี้จะเป็นคนที่อื่น ต้องอยู่ในอิหร่านนั่นล่ะ คงจะเป็นที่อื่นไม่ได้

การเข้าควบคุมและจรวจยึดครั้งนี้ ดำเนินการโดยกองปราบปราม ที่ได้รับข้อมูลจากหน่วยข่าวกรองของสหรัฐเป็นผู้ชี้เป้าให้ ซึ่งอำนาจของกองปราบปรามนั้นไม่สามารถที่จะเข้าตรวจค้น อากาศยานใดๆ ที่ไม่ได้ผ่านระบบ Immigration ซึ่งหน่วยงานที่มีอำนาจเพียงหน่วยเดียวในการตรวจสอบเรื่องนี้คือ ศุลกากร

หลังจากที่รับหมายค้น(ไม่ทราบว่ามีการแสดงหมายค้นหรือไม่อย่างไร)กองปราบและศุลกากร และ สห.กองทัพอากาศ และหน่วย EOD (เก็บกู้ระเบิด)ที่ทำหน้าที่ผู้ช่วยเจ้าพนักงาน(ศุลกากร)เข้าทำการตรวจค้นเครื่องบินลำดังกล่าว จนพบวัตถุระเบิดและอาวุธสงครามร้ายแรงหลายรายการโดยมีประมาณ 49 รายการ ซึ่งจากแหล่งข่าวที่ผมได้ทราบมานั้น เจ้าหน้าทุกคนที่เข้าตรวจค้นต่างภาวนาว่า “คงจะไม่เจอสิ่งเหล่านี้” แต่แล้วก็พบจริงๆโดยที่แหล่งข่าวที่เล่าเรื่องนี้ให้ฟังเขาให้ความเห็นว่า เป็นการเข้าไปเสือกเรื่องนี้มากเกินไป

แหล่งข่าวของผมแจ้งว่ามีบางอย่างที่ไม่สามารถมองข้ามได้เลยก็คือ บางอย่างที่ได้ครวจยึดไปจากการเข้าจับกุมครั้งนี้มีบางอย่างที่ไม่สามารถจะ Identify ได้ว่าเป็นอาวุธประเภทไหน โดยมีลักษณะคล้ายลูกรักบี้ และจากข้อมูลที่ได้มาจากความเห็น EOD นั้นแจ้งให้ทราบว่า มันเป็นมีความเป็นไปได้มากว่า มันคือลูกระเบิด Dirty Bomb หรือระเบิดนิวเคลียร์ขนาดเล็กนั่นเอง โดยอานุภาคของมันนั้นร้ายแรงมากเพียงพอเมื่อรวมกับวัตถุระเบิดอื่นๆ และจะทำให้โรงเก็บอาวุธที่ตาคลีและบริเวณโดยรอบหายไปในพริบตาได้อย่างสบายๆและจากนั้นสารกัมมันตภาพรังสี ก็จะฟุ้งอยู่ในอากาศ

และสิ่งที่ตอกย้ำความเป็นไปได้ว่าระเบิดดังกล่าวเป็นระเบิด Dirty Bombนั้น มันเป็นที่ทราบอยู่แล้วว่าเกาหลีเหนือมีศักยาภาพและเทคโนโลยี่เพียงพอที่จะผลิตระเบิดปรามาณูได้ ดังนั้น Dirty Bomb จึงเป็นเรื่องขนมๆ

เป็นที่ทราบอยู่แล้วว่าอิหร่านนั้นเป็นคู่สงครามกับสหรัฐอเมริกาอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่สหรัฐจะเผ้าติดตามการซื้อขายอาวุธครั้งนี้อย่างใกล้ชิด และการให้ข่าวกับทางการไทยในการเข้าจับกุมในครั้งนี้ด้วย

กับกรณีที่ไม่สามารถมองข้ามได้เลยกับเรื่อง Dirty Bomb ก็เพราะว่า การเอาเข้าไปจัดเก็บที่ในโรงเก็บที่ตาลคีนั้น มีความปลอดภัยหรือไม่ เพราะสถานภาพของ Dirty Bomb นั้นมีความเสถียรต่ำกว่าระเบิดนิวเคีลยร์อื่นๆ หากว่ามีการระเบิดจากระเบิดชนิดอื่นๆก็อาจจะทำให้เกิด Chain reaction หรือปฏิกิริยาลูกโซ่ ทำให้ Dirty Bomb มีการระเบิดเกิดขึ้น แล้วลงคิดว่าอะไรจะเกิดขึ้น และช่วงนี้เป็นฤดูหนาวอากาศแห้ง ไฟฟ้าสถิตก็เกิดขึ้นได้ง่าย เรื่องนี้ต้องถามว่าเป็นความเสี่ยงหรือไม่ ที่รัฐบาลไทยเลือกที่จะดำเนินการในเรื่องนี้

สิ่งที่น่ากังวลใจอีกเรื่องหนึ่งก็คือ การตอบสนองของทางอิหร่านหรือผู้ซื้ออาวุธครั้งนี้ จะตอบสนองอย่างไรกับฝ่ายไทย เพราะว่านี่ถือว่าเป็นการตัดแสนยานุภาพในการที่ต่อกรกับอเมริกาลงไปอย่างมาก และอาวุธที่ซื้อไว้เช่นจรวด K 100 นั้นก็สามารถที่จะทำลายเครื่อง awacs ได้ (เอแวคส์หรือเครื่องบินที่มีระบบตรวจจับเรด้าร์ติดกับเครื่องเพื่อป้องกันภัยในกับกองทัพสหรัฐนั่นเอง)

ก็ไม่รู้ว่างานจะเข้าประเทศไทยหรือไม่ เพราะจากข่าวที่ทราบมานั้น ทางผู้ซื้อเขาก็ไม่พอใจเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เพราะเป็นการตัดกำลังเขานั่นเอง

ท้ายนี้การลงจอดที่ดอนเมือง เป็นแผนการบินของเครื่องนี้อยู่แต่เดิมครับ ไม่ได้มีการบังคับให้ลงมาที่ดอนเมืองแต่อย่างใด

_________________
คลิกเส้นทางไปหาเว็บ Http://RedCyberClub.Co.Cc


อ่านวิธีการดาวน์โหลดไฟล์จากเว็บฝากไฟล์ทั่วๆไป


dimistry
Admin

จำนวนข้อความ : 808
Join date : 18/09/2009
ที่อยู่ : France

ดูข้อมูลส่วนตัว http://http:redcyberclub.co.cc

ขึ้นไปข้างบน Go down

ระเบิดกัมมันตรังสี “Dirty Bomb”

ตั้งหัวข้อ by dimistry on Wed Dec 16, 2009 8:57 pm

หลังจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2544 กลุ่มผู้ก่อการร้าย Al-Qaeda ได้ถูกติดตามความเคลื่อนไหว จากทางการสหรัฐอเมริกาอย่างเข้มงวด ทำให้ยากต่อการนำอาวุธนิวเคลียร์ อาวุธเคมี และอาวุธเชื้อโรค มาใช้ในการก่อการร้ายในสหรัฐอเมริกา ได้ ดังนั้นทางกลุ่ม Al-Qaeda พยายามหาวิธี ที่จะนำอาวุธแบบใหม่ ที่ยากต่อการตรวจจับ มาใช้ปฏิบัติการ โดยเมื่อต้นเดือนมิถุนายน 2545 ทางการสหรัฐอเมริกา ได้จับกุมตัวนาย Abdullah al Muhajir หนึ่งในสมาชิกกลุ่ม Al-Qaeda ในข้อหาเตรียมการวางแผน ที่จะก่อการร้ายในสหรัฐฯ ด้วยการใช้วัสดุอุปกรณ์กัมมันตรังสี (Radiological Device) หรือ “dirty bomb” ติดกับระเบิดธรรมดา

อนึ่ง ระเบิดกัมมันตรังสีหรือ dirty bomb เป็นอาวุธที่ไม่เคยถูกนำมาใช้ มีรายงานเพียงว่ารัฐบาลประเทศอิรักเท่านั้น ที่ได้ทำการทดลองอาวุธดังกล่าว เพื่อการวางกำลังในสนามรบ สาเหตุที่ไม่มีการนำมาใช้ทางทหาร เนื่องจากมีอำนาจการทำลายต่ำ อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ก่อการร้ายแล้ว อาวุธดังกล่าว เป็นอาวุธที่มีคุณค่าในการสร้างความหวั่นวิตก ให้กับประชาชนในวงกว้างได้

ความแตกต่างระหว่างอาวุธนิวเคลียร์ เคมี และชีวะ กับอาวุธกัมมันตรังสี อาวุธนิวเคลียร์ ต้องอาศัยแร่ยูเรเนียมและพลูโตเนียม อาวุธเคมีก็สามารถผลิตได้ จากปุ๋ยหรือยากำจัดแมลง หรือสารทำลายระบบปราสาท ซึ่งจะต้องอาศัยความรู้ ความชำนาญในการผลิต อาวุธเชื้อโรค สามารถทำลายคร่าชีวิตผู้คนได้ ถึงแม้จะมีปริมาณเพียงเล็กน้อยก็ตาม แต่ก็มีความยากลำบาก ในการที่จะปล่อยเชื้อออกไป ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังเช่นจดหมายที่ปนเปื้อนด้วยเชื้อแอนแทร็ก ที่ส่งไปทางไปรษณีย์ของสหรัฐ เมื่อปี 2544 แต่มีการรายงานผลว่า มีผู้ได้รับเคราะห์เพียง 18 ราย ในจำนวนนี้เสียชีวิตเพียง 7 รายเท่านั้น

ส่วนทางด้านระเบิดกัมมันตรังสีนั้น ในทางเทคนิค ไม่ใช่อาวุธที่มีอนุภาพ ในการทำลายล้างแต่ประการใด ความเสี่ยงของผู้ที่อยู่ในระยะใกล้ จะมาจากวัตถุระเบิดตามแบบ (conventional weapons) ที่ใช้ มากกว่าจะเป็นการแพร่กระจาก ของวัสดุกัมมันตรังสี และผลกระทบระยะยาว ของผู้ที่ได้รับสารกัมมันตรังสี ยังใข้อมูลที่แน่ชัด นาย Abel Gonzalez ผู้อำนวยการองค์การปรมาณูสากล (IAEA) กล่าวว่า ผลกระทบในระยะยาว ต่อสุขภาพของการได้รับรังสีอย่างรุนแรง ยังไม่เป็นที่ยืนยันแน่ชัด ถึงแม้อุปกรณ์เซ็นเซอร์จะตรวจจับการแพร่รังสีได้ เพียงเล็กน้อยก็ตาม แต่จะทำให้ประชาชน เกิดความหวาดกลัว เกี่ยวกับการแพร่รังสี

ดร. สมพร จองคำ ผู้อำนวยการกองฟิสิกส์ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กล่าวถึง dirty bomb ว่าเป็นระเบิดธรรมดา ที่มีการยัดไส้ส่วนผสมสารกัมมันตรังสี อาทิ โคบอลท์-60 หรือซีเซียม-137 โดยอานุภาพการทำลายล้างไม่รุนแรง แต่จะสร้างความตื่นตระหนก ให้กับประชาชนในพื้นที่บริเวณนั้นมากกว่า เนื่องจากหลังเกิดระเบิดขึ้นในรัศมี 1-2 กิโลเมตร จะมีการปล่อยสารกัมมันตรังสี ที่เป็นส่วนผสมภายใน ไปปนเปื้อนในบริเวณต่าง ๆ ซึ่งการกวาดชะล้างไม่ใช่เรื่องง่ายนัก รวมทั้งน้ำและอาหาร ในบริเวณนั้นก็ไม่สามารถนำมาบริโภคได้

วัสดุที่จะนำมาใช้ผลิต dirty bomb เป็นประเภทของเสียคุณภาพต่ำ (low-grade waste) จากโรงงานไฟฟ้า และอุปกรณ์เล็กๆ ที่มีวัสดุกัมมัมตรังสี เช่น cesium-137 ที่ใช้ในการรักษาโรค มะเร็ง สารโคบอลท์-60 หรือ americum สารเหล่านี้สามารถนำไปใช้งานได้ ทั้งในวงการอุตสาหกรรม วงการแพทย์ และการค้นคว้าวิจัยในมหาวิทยาลัย และมีอยู่กระจัดกระจายทั่วโลก การควบคุมอุปกรณ์ดังกล่าว มีน้อยมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พวกอุปกรณ์อยู่ในสภาพที่ไม่ได้มีการใช้ประโยชน์

ในแต่ละปีเฉพาะประเทศสหรัฐฯ มีการพบว่า อุปกรณ์ประเภทมีการสูญหาย ถูกขโมย และถูกทิ้งขว้างจำนวนมาก นอกจากนั้น รัฐบาลของประเทศต่าง ๆ ก็ไม่ได้มีการบันทึกรายการ ของอุปกรณ์ที่ถูกทิ้งไว้ ตัวอย่างที่เกิดขึ้นในประเทศบราซิล เมื่อปี 2530 มีผู้ตัดกระบอกที่บรรจุสารผง cesium โดยรู้เท่าไม่ถึงการ ที่ได้ถูกขโมยมาจากคลินิกแพทย์ ซึ่งส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 28 คนจากการไหม้ของสารกัมมันตรังสี

นายเฮนรี่ เคลลี่ ประธานสหสัมพันธ์ นักวิทยาศาสตร์แห่งชาติสหรัฐฯ และนายริชาร์ด มีเสิร์ฟ ประธานคณะกรรมการ กำกับตรวจสอบวัตถุนิวเคลียร์กล่าวว่า dirty bomb สามารถสร้างความตื่นตระหนก แก่ประประชาชนมาก โดยยกตัวอย่างว่า หากใช้วัตถุระเบิดขนาดใหญ่ 4000 ปอนด์ กับสารกัมมันตรังสี ที่หาซื้อได้ง่ายในหลาย ๆ ประเทศ ไปวางระเบิดที่ลานจอดรถในกรุงวอชิงตัน แรงระเบิดอาจทำลายชีวิตผู้คน ได้นับหลายพันคน พร้อมกับแพร่กัมมันตรังสี ออกไปอย่างอ่อน ๆ ซึ่งไม่ทำให้ผู้คนต้องเสียชีวิต เหมือนระเบิดนิวเคลียร์ตัวจริง หรือแม้กระทั่งก่อให้เกิดโรคมะเร็ง ในระยะยาว แต่กว่าจะชำระล้าง จนกระทั่งผู้คนหายตื่นกลัว และกลับมาประกอบอาชีพกันใหม่ อาจต้องใช้เวลานานนับเดือน กว่าที่ผู้คนจะเริ่งยอมรับ หรือหากเกิดการระเบิด ในโรงงานที่มีการใช้พลังงาน จากก้อนโคบอลท์ ที่นิวยอร์ก กัมมันตรังสีจากแร่โคบอลท์ก้อนน้น อาจแผ่กว้างไปถึง 380 ตารางไมล์หรือ 1000 ตารางกิโลเมตร โอกาสที่ชาวนิวยอร์ก จะเป็นโรคมะเร็ง ก็มีโอกาสเพียง 1 ใน 100 เท่านั้น

สำหรับความเคลื่อนไหว ของกองทัพสหรัฐฯ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กองทัพสหรัฐฯ กำลังกักตุนกัมมันตรังสีอย่างเงียบ ๆ และกำลังวางแผน เพื่อส่งมอบยาเหล่านั้น ให้แก่กำลังพลในกองทัพสหรัฐฯ หากกองทัพสหรัฐฯ ได้รับผลพวงกัมมันตรังสี จากการถูกโจมตี หรืออุบัติเหตุ ตัวยาดังกล่าวได้แก่ ยาเม็ดโปตัสเซียมไอโอไดด์

_________________
คลิกเส้นทางไปหาเว็บ Http://RedCyberClub.Co.Cc


อ่านวิธีการดาวน์โหลดไฟล์จากเว็บฝากไฟล์ทั่วๆไป


dimistry
Admin

จำนวนข้อความ : 808
Join date : 18/09/2009
ที่อยู่ : France

ดูข้อมูลส่วนตัว http://http:redcyberclub.co.cc

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ