ข่าว 22 มค 53

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ข่าว 22 มค 53

ตั้งหัวข้อ by dimistry on Fri Jan 22, 2010 6:39 pm

หมอติดหวัด09แล้ว30คน


วันศุกร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2553 09:27
รมว.สธ.รับเป็นพรีเซ็นเตอร์ฉีดวัคซีนเล็งเชิญนายกฯร่วมรณรงค์
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วย นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงถึงสถานการณ์แพทย์ติดไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 ทำให้ต้องปิดห้องปฏิบัติการ ห้องผ่าตัด ห้องเอ็กซเรย์ในหลายพื้นที่ว่า มีแพทย์ติดไข้หวัดใหญ่ 2009 แล้วประมาณ 30 คน และได้สั่งการให้โรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศเน้นย้ำให้แพทย์ที่ป่วยหยุดรักษาตัวที่บ้านจนกว่าจะหายเป็นปกติ และฆ่าเชื้อในห้องปฏิบัติการต่าง ๆ ให้หมด และขณะนี้กำลังเข้าสู่การระบาดระลอก 2 ขอให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุข แพทย์ พยาบาล เน้นคัดกรองผู้ป่วยที่มีอาการไข้หวัดและสงสัยป่วยด้วยไข้หวัดใหญ่ 2009 ให้รับการรักษาทันท่วงที

นาย จุรินทร์ กล่าวต่อว่า จากการประเมินสถานการณ์การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2009 พบว่ามีประชาชนฉีดจำนวนน้อยไม่ถึงร้อยละ 10 ของจำนวนวัคซีนที่ตั้งเป้าไว้ ตลอด 80 วัน (11 ม.ค.-31 มี.ค.) ต้องมีผู้ฉีดวันละ 10,000 คน แต่พบมีผู้รับวัคซีนเพียง 15,056 คน ซึ่งถือว่าน้อยลง ดังนั้น ตนจะรับเป็นพรีเซ็นเตอร์ประชาสัมพันธ์ฉีดวัคซีนด้วยตัวเอง โดยจะเข้ารับวัคซีนที่สถาบันบำราศนราดูรในวันที่ 25 มกราคมนี้ เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจว่า วัคซีนมีความปลอดภัย และอาจเชิญชวนนายกรัฐมนตรีให้ร่วมฉีดวัคซีนด้วย

_________________
คลิกเส้นทางไปหาเว็บ Http://RedCyberClub.Co.Cc


อ่านวิธีการดาวน์โหลดไฟล์จากเว็บฝากไฟล์ทั่วๆไป


dimistry
Admin

จำนวนข้อความ : 808
Join date : 18/09/2009
ที่อยู่ : France

ดูข้อมูลส่วนตัว http://http:redcyberclub.co.cc

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ข่าว 22 มค 53

ตั้งหัวข้อ by dimistry on Fri Jan 22, 2010 6:40 pm

จับการ์ดเสื้อแดง


วันศุกร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2553 16:46
ตำรวจกองปราบนำตัว 3 ลูกน้องเสธ.แดงฝากขัง พร้อมค้านประกันตัว

เมื่อ เวลา 14.20 น. ร.ต.อ.สมโภชน์ เข็มเพชร พนักงานสอบสวนกองปราบปราม พร้อมกำลังตำรวจคอมมานโด ควบคุมตัว พลทหารมานัสชัย คำพร อายุ 22 ปี สังกัดกองพันบริการและกองบริการศูนย์การทหารม้า และนายเอกลักษณ์ วิเศษวงษา อายุ 24 ปี ผู้ดูแลบ้านพักของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบุก ซึ่งอยู่ระหว่างถูกพักราชการ 2 ผู้ต้องหา กระทำผิด พ.ร.บ.อาวุธปืน ฯ พ.ศ.2490 และ พ.ร.บ.ควบคุม ยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530 มาขออำนาจฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 2 ก.พ.นี้ เนื่องจากต้องสอบสวนปากคำพยานอีก 10 ปาก และรอผลตรวจพิสูจน์อาวุธปืนของกลางจากกองพิสูจน์หลักฐานและกรมสรรพาวุธตำรวจ และการตรวจพิสูจน์ลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากรรม

ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนยังคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี หรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

คำร้องฝากขังระบุว่า เมื่อวันที่ 21 ม.ค.53 เวลา 15.00 น. พ.อ.ฐิติศักดิ์ สมทัศน์ ผู้บังคับกองพันทหารสารวัตรที่ 11 และพ.ท.ชินสรณ์ เรืองศุข ผู้บังคับกองพันทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ กับพวก ได้ทำการตรวจค้นบ้านพักข้าราชการของ พล.ต.ขัตติยะ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ กองพันทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ เนื่องจากมีเหตุสงสัยว่าจะเกี่ยวพันกับการยิงลูกระเบิดแบบ เอ็ม 79 เข้าไปยังกองบัญชาการกองทัพบก เมื่อวันที่ 14 ม.ค.53 ที่ผ่านมา ระหว่างตรวจค้นพบผู้ต้องหาทั้ง 2 อยู่ที่บ้านพักดังกล่าว จึงขอตรวจค้นโดยให้ผู้ต้องหาทั้งสองเป็นผู้นำตรวจค้นปรากฏว่าพบอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดและเสื้อเกราะจำนวน 8 รายการ เมื่อสอบถามผู้ต้องหาทั้ง 2 ก็ไม่ทราบว่าเป็นของผู้ใด จึงควบคุมตัวทั้ง 2 พร้อมของกลางที่เชื่อว่ามีไว้เป็นความผิดหรือได้มา หรือได้ใช้ในการกระทำผิด นำส่งพนักงานสอบสวน สน.เตาปูน เพื่อดำเนินคดี ซึ่งต่อมา สน.เตาปูน ส่งมอบของกลางและผู้ต้องหาทั้ง 2 ให้พนักงานสอบสวนกองปราบปรามดำเนินคดีตามกฎหมายในความผิดฐานร่วมกันมีอาวุธ ปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และมียุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นความผิดตามตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน ฯ พ.ศ.2490มาตรา 7,8,38,72และ74 และ พ.ร.บ.ควบคุม ยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530 มาตรา 15 และ42 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 ให้การปฏิเสธโดยตลอด

ส่วนจ.ส.อ.ณัฐสิทธิ์ สุวรรณราช ผู้บังคับหมู่ยานเกราะ กองพันทหารม้าที่ 3 รักษาพระองค์ นายทหารคนสนิทของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ที่ถูกจับกุมในข้อหาครอบครองอาวุธสงคราม ซึ่งค้นเจอในบ้านพักในกองพันทหารม้าที่ 3 รักษาพระองค์ ตำรวจกองปราบได้นำตัวมาขออำนาจศาลทหารกรุงเทพฝากขังผลัดแรก พร้อมคัดค้านการประกันตัว ซึ่งศาลได้อนุญาตตามที่พนักงานสอบสวนร้องขอในการควบคุมตัวต่อ จึงมีคำสั่งให้ พ.ท.มงคลสวัสดิ์ เพชรศรีกอง ตุลาการศาลทหารกรุงเทพ พิจารณาพยานหลักฐาน และมีคำสั่งให้ควบคุมตัวได้ 12 วัน พร้อมส่งตัวไปควบคุมไว้ที่เรือนจำของมณฑลทหารบกที่ 11 จ.นครปฐม

ขณะที่ พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แถลงผลการจับกุม นายอำนาจ อินทรโชติ อดีตทหารพราน พร้อมของกลางเครื่องกระสุน .38 จำนวน 5 นัด ซองบรรจุกระสุน 3 อัน และวิทยุสื่อสาร 1 เครื่อง หลังตำรวจกำกับการสืบสวนตำรวจนครบาล 5 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลคลองตัน ทำการเข้าตรวจค้นบ้านพักของ นายอำนาจ ย่านพระโขนง โดยจากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ว่า เคยทำหน้าที่การ์ดของกลุ่มคนเสื้อแดงจริง แต่ปฏิเสธ ว่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ พล.ต. ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง

นอกจากนี้ ตำรวจกำกับการสืบสวนตำรวจนครบาล 3 นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 13 ซ.ลาดพระบัง 14/1 ขตลาดกระบัง ซึ่งจากการตรวจค้นพบลูกกระสุนปืนขนาด M16 จำนวน 9 นัด ลูกกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม. 24 นัด โดยจากการสอบสวน นางสิริพร กมลจันทร์สกุล ซึ่งเป็นผู้นำการตรวจค้นให้การ ว่า ของกลางดังกล่าว เป็นของ นายพรวัฒน์ ทองสมบูรณ์ ซึ่งเป็นสามี แต่ขณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นไม่อยู่บ้าน เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหามีเครื่องอาวุธปืน โดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมเตรียมออกหมายจับ นายพรวัฒน์ มาดำเนินคดีต่อไป

_________________
คลิกเส้นทางไปหาเว็บ Http://RedCyberClub.Co.Cc


อ่านวิธีการดาวน์โหลดไฟล์จากเว็บฝากไฟล์ทั่วๆไป


dimistry
Admin

จำนวนข้อความ : 808
Join date : 18/09/2009
ที่อยู่ : France

ดูข้อมูลส่วนตัว http://http:redcyberclub.co.cc

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ข่าว 22 มค 53

ตั้งหัวข้อ by dimistry on Fri Jan 22, 2010 6:40 pm

ค้นบ้านเสธแดง


วันศุกร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2553 09:27
ตำรวจ ทหารบุกบ้านพักพล.ต.ขัตติยะหาหลักฐานโยงเอ็ม79บึ้มบก.ทบ.
เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมทหาร นำกำลังเข้าบุกค้น บ้านพัก พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก หรือ เสธ.แดง ย่านเกียกกาย เพื่อหาหลักฐานว่า มีความเกี่ยวโยงกับ เหตุการณ์ ยิงอาวุธสงคราม M79 ใส่กองบัญชาการกองทัพบก หรือไม่ จากการตรวจค้นเบื้องต้นพบ ระเบิด และอาวุธปืน ขณะที่ไม่พบเจ้าตัว

พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เขียนข้อความลงในเวบไซต์ twitter เมื่อเวลา 18.55 น. ว่าขอพูดเรื่องเสธฯแดงหน่อย ข่าวจับกุมเสธแดงเป็นอีกเกมส์ของรัฐบาลอำมาตย์ ที่ต้องการปิดปากนายทหารที่รักประชาธิปไตยนะครับ ขอประณามการกระทำนี้

ก่อน หน้านี้ เมื่อเวลา 14.30 น. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ได้เชิญ พล.ต.ท. สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พล.ต.ท. ตรีทศ รณฤทธิวิชัย ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล (ผบช.ส.) พล.ต.ท. ไถง ปราศจากศัตรู ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ท. คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 เดินทางมาที่กองบัญชาการกองทัพบก เพื่อประชุม และประเมินสถานการณ์ พร้อมกับ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผู้บัญชาการทหารบก และ พล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง เสนาธิการทหารบก โดยมีนาย สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง เดินทางมาร่วมประชุมด้วย โดยใช้เวลาประชุมกว่า 2 ชม.30 นาที

จาก นั้น ในเวลา 17.00 น. พล.อ.อนุพงษ์ ได้อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจค้นบ้านพักของเสธ.แดง ที่อยู่ภายในกองพันทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ (ม.พัน 4 รอ.) แยกเกียกกาย หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจประเมินแล้วว่า พล.ต.ขัตติยะ อาจเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ในที่ประชุมได้มีการสรุปอาวุธสงครามที่ใช้ยิงมาบริเวณดังกล่าวด้วย โดยมีการคาดว่าลูกระเบิดเอ็ม 79 อาจจะยิงมาจาก 3 ที่ คือ สะพานพระราม 8 ตึกสวัสดิการของ ทบ. ที่อยู่ด้านหลังของกองบัญชาการกองทัพบก และบริเวณแฟลตทหารที่อยู่บริเวณด้านข้างตึกบัญชาการกองทัพบก

_________________
คลิกเส้นทางไปหาเว็บ Http://RedCyberClub.Co.Cc


อ่านวิธีการดาวน์โหลดไฟล์จากเว็บฝากไฟล์ทั่วๆไป


dimistry
Admin

จำนวนข้อความ : 808
Join date : 18/09/2009
ที่อยู่ : France

ดูข้อมูลส่วนตัว http://http:redcyberclub.co.cc

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ข่าว 22 มค 53

ตั้งหัวข้อ by dimistry on Fri Jan 22, 2010 6:41 pm

ทักษิณยื่นแถลงปิดคดียึดทรัพย์


วันศุกร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2553 09:27
ทักษิณ ส่งทนาย ยื่นแถลงปิดคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้าน ย้ำข้อกล่าวหา คตส. แค่สันนิษฐาน

เมื่อ เวลา 13.30 น. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง นายฉัตรทิพย์ ตัณฑ์ประศาสน์ และนายพลพีร์ ตุลยสุวรรณ ทนายความ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกกล่าวหาคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท พร้อมคณะ เดินทางมายื่นคำแถลงปิดคดีก่อนที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทาง การเมือง จะอ่านพิพากษาในวันที่ 26 ก.พ.นี้ เวลา 13.00 น.

โดยคำแถลงปิดคดีความยาว 162 หน้า ที่ลงลายมือชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ สรุปว่า ข้อกล่าวหาทั้งหมดของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ รัฐ ( คตส.) เป็นพียงการสันนิษฐาน คาดเดา และการจงใจบิดเบือนข้อเท็จจริง โดยไม่มีมูลความจริง ปราศจากหลักฐานสนับสนุนข้อกล่าว และขัดแย้งกับเอกสารทั้งหมดของราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งขัดแย้งคำเบิกความของพยานซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานรัฐทุกหน่วย งาน จึงไม่มีเหตุที่จะฟังว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ผู้ถูกกล่าวหาให้บุตรและญาติพี่น้องถือหุ้น บริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด ( มหาชน) ไว้แทนโดยไม่เชื่อว่ามีการซื้อขายหุ้นจริง แต่ปรากฏข้อเท็จจริงชัดแจ้งจากทั้งพยานบุคคลและเอกสาร ตลอดจนพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องว่า เงินที่ได้จากการขายหุ้นทั้งหมดจำนวน69,722,880,932.05 บาท และเงินปันผลอีกจำนวน 6,898,722,129 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 76,621,603,061.05 บาทในคดีนี้ เป็นเงินของผู้ที่รับโอนหุ้นจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ผู้ถูกกล่าวหาและคู่สมรสจริง ไม่ใช่เงินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ผู้ถูกกล่าวหาและคู่สมรสอย่างแน่นอน จึงไม่ใช่เงินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ อัยการสูงสุด ผู้ร้องคดีนี้จึงไม่มีสิทธินำมาร้องขอให้เงินนั้นตกเป็นของแผ่นดิน

ที่สำคัญข้อเท็จจริงยุติจากการไต่สวนแล้วว่า การออกมาตรการต่างๆ ทั้ง 5 ข้อ ( 1.การแปลงค่าสัมปทานกิจการโทรคมนาคม เป็นภาษีสรรพาสามิต ด้วยการตรา พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.พิกัดอัตราภาษีสรรพาสามิต ( พ.ศ.2527) พ.ศ.2546 2.กรณีแก้ไขสัญญาอนุญาตให้ดำเนินกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ( CELLULAR MOBILE TELEPHONE ) เมื่อวันที่ 15 พ.ค.44 ปรับลดอัตราส่วนแบ่งรายได้ ที่ต้องจ่ายให้ บ.ทศท. ฯ จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (มือถือ) แบบบัตรเติมเงิน หรือ Prepaid Card ให้บริษัท AIS เป็นร้อยละ 20 จากเดิมที่ต้องจ่ายแบบอัตราก้าวหน้าในอัตราร้อยละ 25 - 30 3.กรณีแก้ไขสัญญาอนุญาตให้ดำเนินกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ( CELLULAR MOBILE TELEPHONE ) เมื่อวันที่ 20 ก.ย.45 ปรับลดอัตราค่าใช้เครือข่ายร่วม ( Roaming ) เอื้อประโยชชน์ชินคอร์ป ฯ และ AIS โดยแก้ไขให้ AIS เข้าไปใช้เครือข่ายร่วมผู้ให้บริการรายอื่นที่มีผลให้ AIS ไม่ต้องจ่ายเงินกว่า 18,970,579,711 บาท ให้กับ บ.ทศท ฯ และ กสท.

กรณีอนุมัติโครงการยิงดาวเทียม IP STAR การอนุมัติแก้ไขสัญญาสัมปทาน ลงวันที่ 27 ต.ค.47 การอนุมัติให้ใช้เงินค่าสินไหมทดแทน ดาวเทียมไทยคม 3 จำนวน 6.7 ล้านเหรียญสหรัฐ ไปเช่าช่องสัญญาณต่างประเทศ เอื้อประโยชน์ บ.ชินคอร์ป ฯ และ บ.ชินแซท เทิลไลท์ จำกัด และ5.กรณีอนุมัติให้รัฐบาลสหภาพพม่า กู้เงินธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือ เอ็กซิมแบงค์ จำนวน 4,000 บาทในอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าต้นทุน และขยายเวลาปลอดการชำระหนี้ จาก 2 เป็น 5 ปี เพื่อนำไปซื้ออุปกรณ์การพัฒนาระบบโทรคมนาคมของพม่า จาก บ.ชินแซท ฯ ) ไม่ได้ทำให้หุ้น บมจ.ชินคอร์ป ฯ มีราคาสูงขึ้นผิดปกติ แต่ราคาหุ้นขึ้นลงไปทิศทางเดียวกันกับดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยใน อัตราที่ใก้ลเคียงกันตลอดเวลา ซึ่งเงินที่ได้จากการขายหุ้นทั้งหมดจึงไม่ใช่ทรัพย์ที่ได้มาจากการร่ำรวยผิด ปกติ หรือได้ทรัพย์มาโดยไม่สมควรตามข้อกล่าว คำร้องดังกล่าวจึงไม่มีข้อเท็จจริงที่เข้าองค์ประกอบและหลักเกณฑ์ตามที่ กฎหมายกำหนด อีกทั้งมาตรการ 5 ข้อนั้นพยานซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างเบิกความ สอดคล้องกันว่าเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชน ไม่มีความเสียหายตามข้อกล่าวหาของ คตส. เกิดขึ้นจริงแต่อย่างใด โดยข้อเท็จจริงปรากฏต่อศาลแล้วว่า หุ้นบริษัทในคดีนี้เป็นของครอบครัว พ.ต.ท.ทักษิณ ผู้ถูกกล่าวหาที่ได้มาจากการทำมาหากินโดยสุจริตด้วยน้ำพักน้ำแรงของตนเป็น เวลาหลายสิบปีก่อนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเข้าทำงานทางการเมือง และการขายหุ้นนั้นไม่ใช่เงินที่ได้มาโดยการทุจริต คดโกงประเทศชาติ หรือเบียดบังจากงบประมาณแผ่นดินหรือเงินอื่นใดของรัฐแม้แต่บาทเดียว

ท้ายคำแถลงปิดคดี พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุด้วยว่า ช่วงเวลาที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ไม่เคยทุจริตใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ ให้ประเทศชาติได้รับความเสียหาย และไม่เคยแม้แต่จะคิดทำการใดเพื่อเห็นแก่ประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง ยิ่งไปกว่าประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน การที่ถูกปฏิวัติรัฐประหารและตั้งข้อกล่าวหาในคดีนี้ เป็นเรื่องทางการเมืองทั้งสิ้น เมื่อข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ปรากฏต่อศาลว่า ผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้กระทำผิด จึงขอให้ศาลโปรดมีคำพิพากาษายกคำร้องของอัยการสูงสุด และมีคำสั่งเพิกถอนการอายัดเงินและทรัพย์สินทั้งหมดที่ คตส. ได้มีคำสั่งอายัดไว้ในคดีนี้ ให้ผู้ถูกกล่าวหา และผู้คัดค้านอื่นที่เป็นเจ้าของที่แท้จริงด้วย

นอกจากคำแถลงปิดคดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า การออกคำสั่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนและการตั้งข้อกล่าวหาคดีนี้ไม่ชอบด้วย กฎหมาย เพราะมติที่ประชุม คตส. ให้อำนาจเพียงว่า เป็นการแต่งตั้งอนุ กก.ไต่สวน กรณีกล่าวหา พ.ต.ท.ทักษิณ กระทำผิดทางกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินที่ก่อให้เกิดความเสียหาย แก่รัฐเพื่อเอื้อประโยชน์แก่ธุรกิจของตนเองหรือพวกพ้อง ซึ่งเป็นความผิดอาญาและการเรียกค่าเสียหายในมูลละเมิดทางแพ่ง ไม่เกี่ยวกับการร่ำรวยผิดปกติหรือได้ทรัพย์สินมาโดยไม่สมควรสืบเนื่องจากการ ปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 รวมทั้งการตั้งข้อสังเกตว่า กระบวนการไต่สวนของ คตส. และ อนุ กก.ไต่สวน ไม่เป็นไปตามบทบัญญัติกฎหมาย รวบรัดชี้มูลความผิดก่อนที่กระบวนการพิสูจน์ทรัพย์จะเสร็จสิ้นและอัยการสูง สุดไม่มีอำนาจยื่นคำร้อง รวมทั้งประเด็นที่ นายกล้านรงค์ จันทิก นายแก้วสรร อติโพธิ นายบรรเจิด สิงคะเนติ คตส. และอนุ กก.ไต่สวน เป็นบุคคลที่เป็นปฏิปักษ์กับผู้ถูกกล่าวหา

ขณะที่ นายฉัตรทิพย์ ตัณฑ์ประศาสน์ ทนายความ พ.ต.ท.ทักษิณ อดีตนายก ฯ กล่าวว่า จากพยานหลักฐานที่ปรากฏในชั้นไต่สวน เรายังมั่นใจ 100 % และยืนยันว่าทรัพย์สินที่ร้องในคดีได้มาโดยสุจริต ส่วนที่ก่อนหน้านี้มีการปล่อยข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ มีทรัพย์ซุกซ่อนในต่างประเทศ และมีส่วนหนึ่งที่ถูกยึดอายัดไว้ในประเทศอังกฤษนั้น ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใดเป็นข่าวโคมลอย ที่ต้องการทำลายภาพลักษณ์ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า ซุกซ่อนทรัพย์สินไว้ที่นั่นที่นี่ อย่างไรก็ดียืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีทรัพย์สินในต่างประเทศ

แหล่งที่มา http://www.posttoday.com/breakingnews.php?id=86397

_________________
คลิกเส้นทางไปหาเว็บ Http://RedCyberClub.Co.Cc


อ่านวิธีการดาวน์โหลดไฟล์จากเว็บฝากไฟล์ทั่วๆไป


dimistry
Admin

จำนวนข้อความ : 808
Join date : 18/09/2009
ที่อยู่ : France

ดูข้อมูลส่วนตัว http://http:redcyberclub.co.cc

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ข่าว 22 มค 53

ตั้งหัวข้อ by dimistry on Fri Jan 22, 2010 6:45 pm

นายกฯเตือนแดงบุกไปศิริราช


วันศุกร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2553 09:27
นายกรัฐมนตรี เตือน แกนนำเสื้อแดง ไป รพ.ศิริราช ให้ ทบทวนท่าทีเคลื่อนไหว ระวังจะสร้างความขัดแย้งมากขึ้น

นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ชี้แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ควรพิจารณาถึงความเหมาะสมกรณีที่จะเดินทางไป รพ.ศิริราช เพื่อถวายรายงานฯ เพราะอาจสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นในสังคมมากขึ้น

"ผมอยากให้คนที่เคลื่อนไหวคิดถึงความเหมาะสมว่าการกระทำอะไรอาจจะกระทบ ความรู้สึกของคนจำนวนมากในประเทศ มันจะทำให้ความขัดแย้งเพิ่มขึ้นได้" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ส่วนกรณีที่กรมป่าไม้มีคำสั่งให้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ออกจากที่ดินบนเขายายเที่ยงภายใน 30 วัน เนื่องจากไม่มีสิทธิครอบครอง จะช่วยลดกระแสความร้อนแรงทางการเมืองหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นเรื่องที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะพิจารณาเอาเอง เพราะตนเองคงไม่สามารถไปตัดสินใจแทนได้

_________________
คลิกเส้นทางไปหาเว็บ Http://RedCyberClub.Co.Cc


อ่านวิธีการดาวน์โหลดไฟล์จากเว็บฝากไฟล์ทั่วๆไป


dimistry
Admin

จำนวนข้อความ : 808
Join date : 18/09/2009
ที่อยู่ : France

ดูข้อมูลส่วนตัว http://http:redcyberclub.co.cc

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ข่าว 22 มค 53

ตั้งหัวข้อ by dimistry on Fri Jan 22, 2010 6:47 pm

จับการ์ดเสื้อแดง


วันศุกร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2553 16:46
ตำรวจกองปราบนำตัว 3 ลูกน้องเสธ.แดงฝากขัง พร้อมค้านประกันตัว

เมื่อ เวลา 14.20 น. ร.ต.อ.สมโภชน์ เข็มเพชร พนักงานสอบสวนกองปราบปราม พร้อมกำลังตำรวจคอมมานโด ควบคุมตัว พลทหารมานัสชัย คำพร อายุ 22 ปี สังกัดกองพันบริการและกองบริการศูนย์การทหารม้า และนายเอกลักษณ์ วิเศษวงษา อายุ 24 ปี ผู้ดูแลบ้านพักของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบุก ซึ่งอยู่ระหว่างถูกพักราชการ 2 ผู้ต้องหา กระทำผิด พ.ร.บ.อาวุธปืน ฯ พ.ศ.2490 และ พ.ร.บ.ควบคุม ยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530 มาขออำนาจฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 2 ก.พ.นี้ เนื่องจากต้องสอบสวนปากคำพยานอีก 10 ปาก และรอผลตรวจพิสูจน์อาวุธปืนของกลางจากกองพิสูจน์หลักฐานและกรมสรรพาวุธตำรวจ และการตรวจพิสูจน์ลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากรรม

ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนยังคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี หรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

คำร้องฝากขังระบุว่า เมื่อวันที่ 21 ม.ค.53 เวลา 15.00 น. พ.อ.ฐิติศักดิ์ สมทัศน์ ผู้บังคับกองพันทหารสารวัตรที่ 11 และพ.ท.ชินสรณ์ เรืองศุข ผู้บังคับกองพันทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ กับพวก ได้ทำการตรวจค้นบ้านพักข้าราชการของ พล.ต.ขัตติยะ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ กองพันทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ เนื่องจากมีเหตุสงสัยว่าจะเกี่ยวพันกับการยิงลูกระเบิดแบบ เอ็ม 79 เข้าไปยังกองบัญชาการกองทัพบก เมื่อวันที่ 14 ม.ค.53 ที่ผ่านมา ระหว่างตรวจค้นพบผู้ต้องหาทั้ง 2 อยู่ที่บ้านพักดังกล่าว จึงขอตรวจค้นโดยให้ผู้ต้องหาทั้งสองเป็นผู้นำตรวจค้นปรากฏว่าพบอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดและเสื้อเกราะจำนวน 8 รายการ เมื่อสอบถามผู้ต้องหาทั้ง 2 ก็ไม่ทราบว่าเป็นของผู้ใด จึงควบคุมตัวทั้ง 2 พร้อมของกลางที่เชื่อว่ามีไว้เป็นความผิดหรือได้มา หรือได้ใช้ในการกระทำผิด นำส่งพนักงานสอบสวน สน.เตาปูน เพื่อดำเนินคดี ซึ่งต่อมา สน.เตาปูน ส่งมอบของกลางและผู้ต้องหาทั้ง 2 ให้พนักงานสอบสวนกองปราบปรามดำเนินคดีตามกฎหมายในความผิดฐานร่วมกันมีอาวุธ ปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และมียุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นความผิดตามตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน ฯ พ.ศ.2490มาตรา 7,8,38,72และ74 และ พ.ร.บ.ควบคุม ยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530 มาตรา 15 และ42 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 ให้การปฏิเสธโดยตลอด

ส่วนจ.ส.อ.ณัฐสิทธิ์ สุวรรณราช ผู้บังคับหมู่ยานเกราะ กองพันทหารม้าที่ 3 รักษาพระองค์ นายทหารคนสนิทของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ที่ถูกจับกุมในข้อหาครอบครองอาวุธสงคราม ซึ่งค้นเจอในบ้านพักในกองพันทหารม้าที่ 3 รักษาพระองค์ ตำรวจกองปราบได้นำตัวมาขออำนาจศาลทหารกรุงเทพฝากขังผลัดแรก พร้อมคัดค้านการประกันตัว ซึ่งศาลได้อนุญาตตามที่พนักงานสอบสวนร้องขอในการควบคุมตัวต่อ จึงมีคำสั่งให้ พ.ท.มงคลสวัสดิ์ เพชรศรีกอง ตุลาการศาลทหารกรุงเทพ พิจารณาพยานหลักฐาน และมีคำสั่งให้ควบคุมตัวได้ 12 วัน พร้อมส่งตัวไปควบคุมไว้ที่เรือนจำของมณฑลทหารบกที่ 11 จ.นครปฐม

ขณะที่ พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แถลงผลการจับกุม นายอำนาจ อินทรโชติ อดีตทหารพราน พร้อมของกลางเครื่องกระสุน .38 จำนวน 5 นัด ซองบรรจุกระสุน 3 อัน และวิทยุสื่อสาร 1 เครื่อง หลังตำรวจกำกับการสืบสวนตำรวจนครบาล 5 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลคลองตัน ทำการเข้าตรวจค้นบ้านพักของ นายอำนาจ ย่านพระโขนง โดยจากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ว่า เคยทำหน้าที่การ์ดของกลุ่มคนเสื้อแดงจริง แต่ปฏิเสธ ว่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ พล.ต. ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง

นอกจากนี้ ตำรวจกำกับการสืบสวนตำรวจนครบาล 3 นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 13 ซ.ลาดพระบัง 14/1 ขตลาดกระบัง ซึ่งจากการตรวจค้นพบลูกกระสุนปืนขนาด M16 จำนวน 9 นัด ลูกกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม. 24 นัด โดยจากการสอบสวน นางสิริพร กมลจันทร์สกุล ซึ่งเป็นผู้นำการตรวจค้นให้การ ว่า ของกลางดังกล่าว เป็นของ นายพรวัฒน์ ทองสมบูรณ์ ซึ่งเป็นสามี แต่ขณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นไม่อยู่บ้าน เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหามีเครื่องอาวุธปืน โดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมเตรียมออกหมายจับ นายพรวัฒน์ มาดำเนินคดีต่อไป

_________________
คลิกเส้นทางไปหาเว็บ Http://RedCyberClub.Co.Cc


อ่านวิธีการดาวน์โหลดไฟล์จากเว็บฝากไฟล์ทั่วๆไป


dimistry
Admin

จำนวนข้อความ : 808
Join date : 18/09/2009
ที่อยู่ : France

ดูข้อมูลส่วนตัว http://http:redcyberclub.co.cc

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ข่าว 22 มค 53

ตั้งหัวข้อ by dimistry on Fri Jan 22, 2010 6:48 pm

พธม.ค้านแก้รธน.ขู่ชุมนุมใหญ่


วันศุกร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2553 13:30
พันธมิตร ออกแถลงการณ์คัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญเอื้อประโยชน์ตัวเอง-พวกพ้อง
แถลงการณ์ ฉบับที่ 2/2553
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
เรื่อง คำเตือนก่อนแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ตามที่พรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลซึ่งนำโดยนักการเมืองที่ถูกเพิกถอนสิทธิในการ เลือกตั้งตามคำวินิจฉัยของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ และคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งประกอบไปด้วย นายบรรหาร ศิลปอาชา นายเนวิน ชิดชอบ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ฯลฯ ได้ประชุมร่วมมือกันที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 นั้น พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยมีความเห็นต่อกรณีดังกล่าวต่อไปนี้
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้เคยประกาศมาโดยตลอดว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 นั้นได้ผ่านการลงประชามติด้วยคะแนนความเห็นชอบจากประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศ กว่า 14 ล้าน 7 แสนเสียง ซึ่งพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว ใน 3 ประเด็นดังต่อไปนี้
1.คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงหรือลดพระ
ราชอำนาจและโครงสร้างที่เกี่ยวเนื่องกับของสถาบันพระมหากษัตริย์
2.คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อฟอกความผิดให้กับนักการเมือง
และพวกพ้อง
3.คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ หรือมีผลประโยชน์ทับซ้อนของนักการเมือง
ในขณะที่นักการเมืองฝ่ายรัฐบาลทั้งที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งนำโดยอดีตนักการเมืองที่ถูกเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งโดยคำวินิจฉัยของ ตุลาการรัฐธรรมนูญ ได้มีความพยายามในการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญใน 2 ประเด็น 7 มาตรา คือ
1.ระบบเลือกตั้งจากแบ่งเขตเรียงเบอร์เป็นเขตเดียวเบอร์เดียว และระบบบัญชีรายชื่อ ให้เป็นเหมือนในรัฐธรรมนูญ 2540 โดยจะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตราที่เกี่ยวข้องได้แก่ มาตรา 93 94 95 98 103 และ 109
2.จะแก้ไขมาตรา 190 ว่าด้วยการทำหนังสือสัญญาระหว่างประเทศที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา เพราะเห็นว่าเป็นปัญหาของฝ่ายบริหาร
ดังนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่ปรากฏเป็นข่าวครั้งนี้เป็นการแก้ไขเพื่อผล ประโยชน์ต่อพรรคการเมืองและรัฐบาลโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายรัฐบาล ซึ่งไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนใดๆทั้งสิ้น และอาจมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง สอดแทรก มาตราอื่นๆเพื่อผลประโยชน์ของนักการเมืองเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงพระราชอำนาจและโครงสร้างของสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อนำไปสู่การปกครองในรูปแบบอื่นในนาม “รัฐไทยใหม่” ในอนาคตอีกด้วย
ในขณะที่ประเทศชาติยังคงเต็มไปด้วยปัญหาการทุจริตเลือกตั้ง ปัญหาวิกฤติการทุจริตคอร์รัปชั่น ปัญหาวิกฤติอันตรายในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและความมั่นคงของประเทศ ปัญหาการบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่นักการเมืองในฝ่ายรัฐบาลไม่ให้ความสนใจที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ กลับสนใจที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อผลประโยชน์ของพรรคพวกตัวเองแต่เพียงอย่าง เดียว
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ว่า ปัญหาทางการเมืองที่มีอยู่ในขณะนี้ไม่ได้อยู่ที่รัฐธรรมนูญ หากแต่อยู่ที่นักการเมืองที่มองแต่ประโยชน์ของพรรคพวกตัวเอง และไม่เคยคิดที่จะปฏิรูปการเมืองหรือแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยให้ประชาชนมีส่วน ร่วมหรือขอความเห็นชอบจากประชาชนแต่ประการใด
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจึงขอประณามการกระทำดังกล่าว และขอประกาศยืนยันที่จะคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้อย่างถึงที่สุด
เราขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวไทยทั่วประเทศ โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนกว่า 14ล้าน 7 แสนกว่าคนที่ได้ร่วมกันลงประชามติเห็นชอบให้ใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร ไทย พุทธศักราช 2550 ได้แสดงจุดยืน และกดดัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตเลือกตั้งของตัวเอง เพื่อยับยั้งและคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เห็นแก่ผลประโยชน์ของนักการ เมืองอย่างพร้อมเพรียงกัน
ด้วยจิตคารวะ
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
22 มกราคม 2553

_________________
คลิกเส้นทางไปหาเว็บ Http://RedCyberClub.Co.Cc


อ่านวิธีการดาวน์โหลดไฟล์จากเว็บฝากไฟล์ทั่วๆไป


dimistry
Admin

จำนวนข้อความ : 808
Join date : 18/09/2009
ที่อยู่ : France

ดูข้อมูลส่วนตัว http://http:redcyberclub.co.cc

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ข่าว 22 มค 53

ตั้งหัวข้อ by dimistry on Fri Jan 22, 2010 6:48 pm

ธปท.9แบงก์ปล่อยกู้เอกชนฐานะยังแกร่ง


วันศุกร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2553 16:40
ธปท. แถลงยัน 9 แบงก์ปล่อยกู้เพรสซิเด้นฯ ยังแกร่ง มูลหนี้แค่ 6,234 ล้านบาท

นาย สรสิทธิ์ สุนทรเกศ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI)ออกมาระบุว่า มีธนาคารพาณิชย์ 9 แห่ง ปล่อยสินเชื่อให้กับบริษัทที่ทำธุรกิจส่งออกข้าวจนสร้างความเสียหายเป็นวง เงินถึง 3 หมื่นล้านบาทนั้น ยืนยันว่าการปล่อยสินเชื่อดังกล่าวไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับธนาคาร

ทั้งนี้ กรณีที่เกิดขึ้นเนื่องมาจาก บริษัท เพรสซิเดนท์ อกริเทรดดิ้ง ได้ยื่นขอสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ 9 แห่ง เป็นมูลหนี้ 6,234 ล้านบาท

ธปท.ได้ตรวจสอบพบความผิดปกติ ตั้งแต่ปี 48-49 เนื่องจากบริษัทดังกล่าวขอสินเชื่อจากธนาคารหลายแห่ง และมีการผิดนัดชำระหนี้ จึงได้สั่งการให้ธนาคารพาณิชย์ทั้ง 9 แห่งเข้าไปตรวจสอบสต็อกข้าว ซึ่งใช้เป็นหลักประกันยื่นขอสินเชื่อว่ามีจริงหรือไม่ หลังจากนั้นธนาคารพาณิชย์ทั้ง 9 แห่ง ได้รวมตัวยื่นฟ้องต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดีกับบริษัทดังกล่าว

ขณะเดียวกัน ธนาคารพาณิชย์ทั้ง 9 แห่งที่ปล่อยสินเชื่อ ได้มีการตัดหนี้ดังกล่าวเป็นหนี้สูญ และมีการตั้งสำรองหนี้ครบถ้วนแล้วตั้งแต่ปี 50 จึงไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับสินทรัพย์ของธนาคาร และยอดหนี้ดังกล่าวไม่ได้มีผลกระทบต่อธนาคารพาณิชย์ในปัจจุบัน

"ยืนยันว่า ไม่ใช่ยอดหนี้ 3 หมื่นล้านตามที่ดีเอสไอออกมาระบุ ไม่ต้องตกใจว่ามีความเสียหายถึง 3 หมื่นล้านบาท และหนี้ดังกล่าวได้ถูกตัดเป็นหนี้สูญไปแล้ว"นายสรสิทธิ์ กล่าว

สำหรับการดำเนินคดีดังกล่าว ธนาคาร ทั้ง 9 แห่งได้ยื่นฟ้องแพ่งต่อศาลไปแล้ว และเมื่อ 12 ม.ค.53 ศาลได้ตัดสินให้บริษัท เพรสซิเดนท์ ฯ มีฐานะล้มละลาย และทุกธนาคารได้ยื่นขอเฉลี่ยทรัพย์แล้ว

ส่วนการตรวจสอบเพิ่มเติมว่ามีผู้บริหารของธนาคารพาณิชย์มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือไม่นั้น ได้มอบหมายให้ดีเอสไอเป็นผู้ตรวจสอบ เนื่องจากดีเอสไอมีอำนาจในการดำเนินการมากกว่า รวมถึงการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากกว่าและมีกฎหมายที่เข้มงวดมากกว่าด้วย ส่วนการเอาผิดผู้บริหารทุจริตขึ้นอยู่กับข้อพิสูจน่ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องด้วย หรือไม่

นายสรสิทธิ์ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุการณ์บริษัทเพรสซิเดนท์ฯ จนถึงขณะนี้ยังไม่พบว่ามีการทุจริตในลักษณะดังกล่าวอีก ส่วนกรณีที่มีกระแสดังกล่าวมีการจัดตั้งบริษัทใหม่เพื่อมาขอสินเชื่อกับ ธนาคารพาณิชย์นั้น เรื่องนี้ยังไม่ทราบ ขณะเดียวกันคงต้องให้ธนาคารพาณิชย์วางมาตรการป้องกันปัญหา และได้ขอให้มาตรการดูแลและบริหารความเสี่ยงมากขึ้น ขณะเดีวกันธปท.จะดูบรรทัดฐานการปล่อยสินเชื่อของธนาคารให้รัดกุมขึ้น

_________________
คลิกเส้นทางไปหาเว็บ Http://RedCyberClub.Co.Cc


อ่านวิธีการดาวน์โหลดไฟล์จากเว็บฝากไฟล์ทั่วๆไป


dimistry
Admin

จำนวนข้อความ : 808
Join date : 18/09/2009
ที่อยู่ : France

ดูข้อมูลส่วนตัว http://http:redcyberclub.co.cc

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ข่าว 22 มค 53

ตั้งหัวข้อ by dimistry on Fri Jan 22, 2010 6:49 pm

นายกฯเชื่อไร้เหตุแดงลุกฮือ


วันศุกร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2553 13:02
นายกรัฐมนตรี เรียกถกหน่วยความมั่นคง สุเทพ -มท.1 -ผบ.เหล่าทัพ มาพร้อมหน้า

เมื่อ เวลา 11.00 น. ที่ผ่านมา ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. โดยเชิญผู้ที่เกี่ยวข้อง อาทิ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.ต.ท. ตรีทศ รณฤทธิ์วิชัย ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าหารือการกวาดล้างอาวุธสงคราม หลังจับกุมเครื่องบินที่ขนอาวุธสงครามที่สนามบินดอนเมือง เนื่องจากขณะนี้ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมจะครบกำหนดการฝากขัง ซึ่งจะหารือว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร โดยนายกรัฐมนตรี จะสอบถามที่ประชุมว่า ขณะนี้องการสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น ได้มีคำแนะนำเกี่ยวกับการดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร

นอกจากนี้ อาจมีการหารือเกี่ยวกับรับมือสถานการณ์การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่จะกระจายการเคลื่อนไหวไปยังสถานที่สำคัญต่าง ๆ เช่น สนามบินสุวรรณภูมิ โรงพยาบาลศิริราช เป็นต้น

ภายหลังการประชุม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้หน่วยงานด้านความมั่นคงอยู่ระหว่างประเมินและติดตามสถานการณ์ด้านการ ข่าวต่อการชุมนุมเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่ง ชาติ(นปช.) หรือกลุ่มเสื้อแดงอย่างใกล้ชิด พร้อมเชื่อว่าการที่เจ้าหน้าที่สามารถบุกยึดอาวุธสงครามจำนวนมากได้ที่บ้าน พักของนายทหารลูกน้อง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบกนั้น จะไม่ถูกนำมาเป็นประเด็นที่สร้างความไม่พอใจให้แก่กลุ่มเสื้อแดง เพราะการเข้าตรวจค้นดังกล่าวเป็นการดำเนินตามขั้นตอนทางกฎหมายเนื่องจากความ ผิดในข้อหามีอาวุธสงครามไว้ในครอบครอง

"เขา(เสื้อแดง)จะไม่พอใจ เพราะเราปฏิบัติตามกฎหมายหรือ ต้องถามว่าทำไมเขาจะไม่พอใจกับการรักษากฎหมาย" นายกรัฐมนตรี กล่าว

ส่วนประเด็นการครอบครองอาวุธสงครามของคนมีสีนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทางกองทัพคงจะต้องมีมาตรการและเร่งรัดกวดขันดูแลในเรื่องนี้

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ในที่ประชุม สมช.ยังหารือถึงกรณีการจับกุมชาวต่างชาติที่ลอบขนอาวุธสงครามได้ที่สนามบิน ดอนเมือง โดยเป็นการซักซ้อมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปตามมติ ขององค์การสหประชาชาติ(UN) แต่ขณะนี้รัฐบาลไทยยังไม่ได้รับคำตอบชัดเจนจาก UN ว่าจะต้องดำเนินการกับอาวุธสงครามที่ยึดไว้อย่างไร รวมถึงกรณีของหน่วยงานที่จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายหากต้องทำลายอาวุธสงคราม ทั้งหมดที่ยึดมาได้

"ถ้าของไหนไม่จำเป็นต้องทำลาย ก็นำมาใช้ประโยชน์ แต่ถ้าเขา(UN) บอกว่าทำลาย ก็ต้องทำลาย" นายกรัฐมนตรี กล่าว

อย่างไรก็ดี ในเบื้องต้นจากการสอบถามกับระดับเจ้าหน้าที่ UN ได้รับคำตอบอย่างไม่เป็นทางการว่า UN ต้องการให้ทำลายอาวุธดังกล่าว โดยไม่สามารถนำไปใช้งานต่อได้ ซึ่งรัฐบาลคงต้องรอคำตอบที่ชัดเจนอย่างเป็นทางการก่อน โดยขณะนี้ยังคงต้องดูแลและเก็บรักษาอาวุธดังกล่าวไว้เป็นอย่างดี

_________________
คลิกเส้นทางไปหาเว็บ Http://RedCyberClub.Co.Cc


อ่านวิธีการดาวน์โหลดไฟล์จากเว็บฝากไฟล์ทั่วๆไป


dimistry
Admin

จำนวนข้อความ : 808
Join date : 18/09/2009
ที่อยู่ : France

ดูข้อมูลส่วนตัว http://http:redcyberclub.co.cc

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ข่าว 22 มค 53

ตั้งหัวข้อ by dimistry on Fri Jan 22, 2010 6:50 pm

คลังเล็งหั่นงบรักษาพยาบาล


วันศุกร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2553 12:35
กระทรวงคลังเพิ่มความเข้มงวดเบิกค่ารักษาพยาบาล ตั้งเป้าปี 53 ปรับลดยอดลง 6 พันล.
นายพฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวหลังการมอบเงินตอบแทนให้กับลูกจ้างประจำกระทรวงการคลังว่า เพื่อเข้มงวดในการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้สอดคล้องกับความเป็นจริงและภาวะ เศรษฐกิจ อีกทั้งนายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายให้หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งกองทุนประกันสังคม กรมบัญชีกลาง เพื่อดูแลการเบิกจ่ายรักษาพยาบาลให้เป็นไปตามความเป็นจริง เนื่องจากพบว่า ยอดการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลที่มีอยู่ 48,000 ล้านบาท ในปี 2551 เพิ่มเป็น 60,000 ล้านบาท ในปี 2552 นับว่าเป็นยอดที่เพิ่มขึ้นสูงมาก

ดังนั้น ในปี 2553 จึงต้องการปรับลดยอดดังกล่าวลงประมาณ 5,000-6,000 ล้านบาท ด้วยการให้โรงพยาบาลและหน่วยงานต้นสังกัดพิจารณาการเบิกจ่ายให้เหมาะสม โดยเฉพาะการเบิกยาบำรุง เช่น วิตามิน หรือเวชภัณฑ์ที่ไม่ใช่การรักษาโดยตรง และการเบิกจ่ายยาควรให้เหมาะสมกับระยะเวลา ไม่ให้เบิกในปริมาณที่มากเกินไป อีกทั้งให้ช่วยกันตรวจสอบพฤติกรรมการรักษา เพราะมีบางรายที่รักษาโรคเดียวกันแต่ไปพบแพทย์ในโรงพยาบาลหลายแห่ง เพื่อนำยาไปขายต่อ เนื่องจากยามีราคาแพง และที่ผ่านมาได้ลงโทษปรับไปแล้วหลายราย เป็นเงินนับล้านบาท

“กระทรวงการคลังเตรียมเสนอ ครม. เพื่อออกกฎระเบียบพร้อมกับกระทรวงแรงงานที่ดูแลประกันสังคมในเร็ว ๆ นี้” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าว

ส่วนกรณีผู้ค้าที่เช่าพื้นที่ในศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ร้องเรียนว่า ค่าเช่า ค่าน้ำ สูงเกินจริง ทำให้รายจ่ายสูงกว่ารายรับ ก็พร้อมนำเรื่องกลับมาพิจารณาว่า เกี่ยวข้องกับระเบียบที่บริษัทธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์กำหนดไว้อย่างไรบ้าง และหากแก้ไขก็ต้องทำให้เหมือนกันทุกร้านค้าที่มีอยู่นับ 100 แห่ง คาดว่า น่าจะมีความชัดเจนเร็ว ๆ นี้

_________________
คลิกเส้นทางไปหาเว็บ Http://RedCyberClub.Co.Cc


อ่านวิธีการดาวน์โหลดไฟล์จากเว็บฝากไฟล์ทั่วๆไป


dimistry
Admin

จำนวนข้อความ : 808
Join date : 18/09/2009
ที่อยู่ : France

ดูข้อมูลส่วนตัว http://http:redcyberclub.co.cc

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ข่าว 22 มค 53

ตั้งหัวข้อ by RED LETTER on Sun Jan 24, 2010 11:31 am

Like a Star @ heaven เริ่มขยันโพส ข่าวรายวันอีกรอบแล้ว ต้องรีบอ่าน เดวคนโพสจะขี้เกียจโพสข่าวอีก 555

RED LETTER

จำนวนข้อความ : 266
Join date : 24/09/2009

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ