ข่าว 3 มีค 53

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ข่าว 3 มีค 53

ตั้งหัวข้อ by dimistry on Wed Mar 03, 2010 8:32 pm

รื้อ"สอย ดาว" หลักฐานรุกป่าโผล่!


ตำรวจปทส.พบหลักฐานใหม่ คดี "สนามกอล์ฟสอยดาวไฮแลนด์ฯ" โดนกล่าวหารุกพื้นที่ป่าสอยดาว เผยเจอภาพถ่ายทางอากาศ ผลการแปล ตีความ และวิเคราะห์ ที่ไม่มีในสำนวนสั่งไม่ฟ้อง ขณะทำความสะอาดหน่วยงาน จัดคัดแยกเอกสาร เผยเปรียบเทียบพื้นที่ป่าตั้งแต่ปีพ.ศ.2518 มาจนถึงปี 2545 มีพื้นที่ป่าเท่าไหร่ ก่อนกลายเป็นสนามกอล์ฟ ผบก.ปทส.สั่งรื้อคดี แจ้งอัยการจังหวัดจันทบุรี ก่อนสอบพยานเพิ่มเติม

จากกรณีปัญหาการถือ ครองที่ดินของ สนามกอล์ฟสอยดาวไฮแลนด์ คลับ แอนด์ รีสอร์ท ตั้งอยู่เลขที่ 224 หมู่ 2 ต.ทับไทร อ.โป่งน้ำ ร้อน จ.จันทบุรี เป็นกิจการโรงแรม และสนามกอล์ฟขนาด 18 หลุม มีเนื้อที่ครอบคลุมจำนวน 4,012 ไร่ เป็นของบริษัท สวนจันทบุรี จำกัด ซึ่งดูแลเรื่องที่ดิน และบริษัท จันทบุรีคันทรีคลับ จำกัด ซึ่งดูแลกิจการโรงแรมและสนามกอล์ฟ เนื่องจากเจ้าพนักงานป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ขอให้ดำเนินคดีบริษัท สวนจันทบุรีฯ กับพวก ฐานร่วมกันบุกรุกยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติเขาสอยดาว และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว

โดยคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อต้นปีพ .ศ.2549 ผู้กล่าวหาคือ นายสุนทร วัชรกุลดิลก และนายสุภัทร สารรัตน์ เจ้าพนักงานป่าไม้ ขณะที่ผู้ถูกกล่าวหาคือ บริษัท สวนจันทบุรี จำกัด, นายประยุทธ ปุณศรี, นายธีระพงษ์ นวนวิไล, นายชาติศิริ โสภพนิช, นายชาลี โสภณพนิช, นายสมบัติ ลีสวัสดิ์ตระกูล, นายนภดล รมยะรูป, นางพิไลจิตร เริงพิทยา, และนายจินดา สอนอำพล รวมทั้งหมด 9 ราย ต่อมาอัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง โดยให้เหตุผลประกอบ อาทิ พื้นที่มีเอกสารสิทธิที่ดินล้อมรอบ เป็นพื้นที่จำแนกออกจากป่าไม้ถาวร เทศมนตรีตำบลโป่งน้ำร้อน ยืนยันว่าพื้นที่เกิดเหตุอยู่ในเขตสุขาภิบาล เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ที่ดิน และกำนันในพื้นที่ ยืนยันว่าไม่ได้อยู่ในเขตป่าสงวนฯ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และออกเอกสารสิทธิที่ดินโดยชอบ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ทางกลุ่มม็อบเสื้อแดงนปช. ยังนำปัญหาการถือครองที่ดิน มาเป็นประเด็นเคลื่อนไหวทางการเมือง เพื่อพาดพิงไปถึง พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ซึ่งเป็นที่ปรึกษาสนามกอล์ฟ รวมไปถึงเจ้าของและผู้ถือหุ้น โดยเฉพาะตระกูลโสภณพนิช ผู้บริหารธนาคารกรุงเทพ โดยจัดชุมนุมใหญ่กันบริเวณที่ตั้งของสนามกอล์ฟสอยดาวไฮแลนด์ฯ ที่ ต.ทับไทร อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี เมื่อปลายเดือน ม.ค.2553 ที่ผ่านมา และต่อด้วยการชุมนุมที่หน้าสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อทวงถามความคืบหน้าคดี และเรียกร้องให้นำเข้าสู่การพิจารณาคดี

ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 มี.ค. มีรายงานข่าวจาก บก.ปทส. ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้รับผิดชอบคดีนี้แจ้งว่า ทางเจ้าหน้าที่พบหลักฐานเอกสารสำคัญเกี่ยวกับคดีรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เขาสอย ดาว และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว จ.จันทบุรี โดยสืบเนื่องจากที่ กก.1 บก.ปทส. เรียกประชุมข้าราชการตำรวจในสังกัด เพื่อร่วมกันดำเนินกิจกรรม 5 ส. ในการพัฒนาหน่วยงานให้มีความสะอาดเรียบร้อย ปรากฏว่าขณะที่คัดแยกเอกสาร เพื่อจัดเก็บให้เป็นระเบียบ ปรากฏว่าพบเห็นเอกสาร 1 ฉบับ จึงสำรวจตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่า เป็นเอกสารเรื่องแปลภาพถ่ายทางอากาศ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีบริษัทสวนจันทบุรีฯ กับพวก กรณีบุกรุกยึดถือครองครองพื้นที่ป่า

พ.ต.อ.เทวัญ มังคละชาติกุล ผกก.1 ปทส. ตรวจสอบพิจารณาแล้ว จึงแจ้งเรื่องต่อไปยัง พล.ต.ต.มิสกวัน บัวรา ผบก.ปทส. ก่อนจะทำหนังสือแจ้งต่อไปยังอัยการจังหวัดจันทบุรี พร้อมทั้งแนบสำนวนการสอบสวนคดีที่ร้องทุกข์กล่าวโทษบริษัทสวนจันทบุรีฯ กับพวก เพื่อแจ้งว่าได้รับเอกสารสำคัญทางคดี คือสำเนาผลการแปล ตีความ และวิเคราะห์ภาพถ่ายทางอากาศ และภาพถ่ายทางอากาศ จากนั้นนายสถาพร ภักดีวงศ์ อัยการจังหวัดประจำกรม ปฏิบัติราชการแทนอัยการจังหวัดจันทบุรี จึงทำหนังสือแจ้งกับมายัง ผบก.ปทส.ให้สอบสวนพยานเพิ่มเติม และให้พนักงานสอบสวนส่งผลการสอบสวนเพิ่มเติมต่อพนักงานอัยการภายในวันที่ 15 มี.ค.2553

รายงานข่าวแจ้งว่า หลักฐานสำคัญที่อาจนำมาสู่การดำเนินคดีบุกรุกเขาสอยดาวของสนามกอล์ฟสอยดาวไฮ แลนด์ฯ ครั้งใหม่ ก็คือผลการแปล ตีความ และวิเคราะห์ภาพถ่ายทางอากาศ และภาพถ่ายทางอากาศที่ได้รับการแปล ตีความและวิเคราะห์ โดยเปรียบเทียบภาพถ่ายทางอากาศในปีพ.ศ.2518, พ.ศ.2539, และ พ.ศ.2545 ที่สำคัญ และอยู่ในการถือครองของสนามกอล์ฟสอยดาวไฮแลนด์ฯ มีดังนี้

เอกสาร สิทธิ หรือพื้นที่ครอบครอง น.ส.3 เลขที่ 108 พ.ศ.2518 มีพื้นที่ป่าไม้ ร้อยละ 57.1 เป็นพื้นที่ทำการเกษตร ร้อยละ 42.9 ต่อมาปีพ.ศ.2545 พื้นที่ป่าไม้เหลือ ร้อยละ 14.3 พื้นที่สนามกอล์ฟ ร้อยละ 14.3 และเป็นพื้นที่น้ำ ร้อยละ 71.4

เอกสารสิทธิ หรือพื้นที่ครอบครอง น.ส.3 เลขที่ 109 พ.ศ.2518 มีพื้นที่ป่าไม้ร้อยละ 95.2 พื้นที่ทำการเกษตร ร้อยละ 4.8 พอมาปีพ.ศ.2548 พื้นที่ป่าไม้เหลือ ร้อยละ 53.6 พื้นที่สนามกอล์ฟ ร้อยละ 46.4

โฉนดที่ดินเลขที่ 674 ปีพ.ศ.2518 มีป่าไม้ ร้อยละ 71.7 พื้นที่ทำการเกษตร ร้อยละ 28.3 พอมาปีพ.ศ.2545 ป่าไม้เหลือ ร้อยละ 6.8 สนามกอล์ฟ ร้อยละ 77 และพื้นที่น้ำ ร้อยละ 16.2

โฉนด ที่ดินเลขที่ 675 ในปีพ.ศ.2518 มีป่าไม้ ร้อยละ 87.4 การเกษตร ร้อยละ 12.6 พอมาปีพ.ศ.2545 เหลือป่าไม้ ร้อยละ 41 พื้นที่ทำการเกษตร ร้อยละ 2.5 สนามกอล์ฟ ร้อยละ 42 และพื้นที่น้ำ ร้อยละ 4.5

โฉนดที่ดินเลขที่ 676 ในปีพ.ศ.2518 มีป่าไม้ร้อยละ 65.4 พื้นที่ทำการเกษตร ร้อยละ 34.6 พอมาปีพ.ศ.พ.ศ.2545 ป่าไม้ ร้อยละ 22.3 พื้นที่เกษตร ร้อยละ 48.8 สนามกอล์ฟ ร้อยละ 19.1 พื้นที่น้ำ ร้อยละ 9.8 และโฉนดที่ดินเลขที่ 678 พ.ศ.2518 มีป่าไม้ ร้อยละ 80.5 พื้นที่ทำการเกษตร ร้อยละ 19.5 พ.ศ.2545 ป่าไม้เหลือ ร้อยละ 5 พื้นที่ทำการเกษตร ร้อยละ 69.8 สนามกอล์ฟ ร้อยละ 19.5 และพื้นที่น้ำ ร้อยละ 5.7

นอกจากนี้ ยังมีเอกสารสิทธิ หรือพื้นที่ครอบครอง ที่เป็นแปลงที่เตรียมออกเอกสารสิทธิ โฉนดที่ดิน 1 (17) พ.ศ.2518 มีป่าไม้เต็มพื้นที่ พ.ศ.2545 ป่าไม้ลดเหลือร้อยละ 27.8 กลายเป็นสนามกอล์ฟ ร้อยละ 72.2, แปลงที่เตรียมออกเอกสารสิทธิ โฉนดที่ดิน 2 (15) ป่าไม้เต็มพื้นที่ พอมาปีพ.ศ.2545 ป่าไม้ลดเหลือ ร้อยละ 90.5 สนามกอล์ฟ ร้อยละ 9.5, แปลงที่เตรียมออกเอกสารสิทธิ โฉนดที่ดิน 6 (14) ป่าไม้เต็มพื้นที่ แต่ปีพ.ศ.2545 ป่าไม้ลดเหลือ ร้อยละ 81 พื้นที่น้ำ ร้อยละ 19, และ แปลงที่เตรียมออกเอกสารสิทธิ โฉนดที่ดิน 7 (13) ในปีพ.ศ.2518 ป่าไม้เต็มพื้นที่ พอมาปีพ.ศ.2545 ป่าไม้ลดเหลือ ร้อยละ 60.9 ที่เหลือเป็นพื้นที่ทำการเกษตร ร้อยละ 39.1

ข่าวแจ้งอีกว่า สำหรับพื้นที่ที่อยู่ในการถือครองของสนามกอล์ฟสอยดาวไฮแลนด์ฯ แบ่งออกเป็นพื้นที่ส่วนที่เป็นสนามกอล์ฟ โรงแรม และสวนเกษตร ประกอบด้วยที่ดินแปลงใหญ่ 4 แปลง ได้แก่โฉนดที่ดินเลขที่ 674, 675, 676, และ 678 รวม 2,845 ไร่ 3 งาน 67.7 ตารางวา พื้นที่ส่วนที่ติดอยู่กับสนามกอล์ฟ โรงแรม และสวนเกษตร ไปจนถึงทางเข้าโครงการ ประกอบด้วยที่ดินแปลงย่อย จำนวน 19 แปลง รวมเนื้อที่ 642 ไร่ 2 งาน 84.6 ตารางวา และสุดท้ายเป็นพื้นที่ที่ถูกดำเนินคดี จำนวน 482 ไร่ 3 งาน 78 ตารางวา ซึ่งถูกกล่าวหาและโต้แย้งว่าบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเขาสอยดาว และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว

http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdNakF6TURNMU13PT0=&sectionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBeE1DMHdNeTB3TXc9PQ==

_________________
คลิกเส้นทางไปหาเว็บ Http://RedCyberClub.Co.Cc


อ่านวิธีการดาวน์โหลดไฟล์จากเว็บฝากไฟล์ทั่วๆไป


dimistry
Admin

จำนวนข้อความ : 808
Join date : 18/09/2009
ที่อยู่ : France

ดูข้อมูลส่วนตัว http://http:redcyberclub.co.cc

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ข่าว 3 มีค 53

ตั้งหัวข้อ by dimistry on Wed Mar 03, 2010 8:35 pm



หนุ่ม เพี้ยนถล่มปชป. ระเบิด"อึ" เพิ่มอารักขามาร์ค

ศาลจำคุก5วัน ช่อง3ก็ปั่นป่วน จู่ๆกระจกแตก แดงชี้บึ้มแบงก์ สั่งสอน"กัลยา"

หนุ่มเพี้ยนบุกเดี่ยวเข้าที่ทำการพรรค ประชาธิปัตย์ งัดระเบิดอึถล่ม 2 จุด ประตูตึกเสนีย์ ปราโมช และพรมทางเข้า เหม็นคลุ้งทั้งย่าน ก่อนจะยืนนิ่งให้ตำรวจจับนำไปสอบสวน ตั้งข้อหาเดียวกับมือปาอึบ้านมาร์ค ศาลสั่งจำคุก 10 วัน สารภาพลดเหลือกึ่งหนึ่งให้กักขังแทน เจ้าตัวอ้างไม่พอใจที่ร้องเรียนอาการหูแว่วแล้วไม่มีใครฟัง รับเลียนแบบเหตุปาอึบ้านนายกฯ ด้านบก.น.2 วางแผนอารักขาเข้มที่ทำการพรรค ด้านส.ส.ประชาธิปัตย์ปูดแผนลอบสังหารมาร์ค-เทือกยังมีอยู่ เรียกร้องให้อารักขาเข้ม

-ระทึกบุกปาอึที่ทำการพรรคปชป.

เมื่อ วันที่ 2 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรค ประชาธิปัตย์ว่า เวลา 10.40 น. มีเหตุการณ์ปาอุจจาระเข้าใส่หน้าอาคารม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ ทราบชื่อผู้ก่อเหตุภายหลังคือนายสุรชัย เกิดดี อายุ 45 ปี โดยผู้ก่อเหตุได้เดินเข้ามาในที่ทำการพรรค ผ่านเต็นท์ที่พักของตำรวจ ซึ่งตรึงกำลังดูแลความปลอด ภัยอยู่หน้าทางเข้าพรรค แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้เฉลียว ใจ คิดว่านายสุรชัยจะเข้ามาเล่นสนุ้กเกอร์ ที่ร้านมิตรอารีย์ ตั้งอยู่ด้านหลังที่ทำการพรรค จึงไม่ได้สกัดเอาไว้ แต่เมื่อนายสุรชัยเดินจะถึงร้านสนุ้กเกอร์ ได้เดินย้อนกลับมาที่หน้าตึก ม.ร.ว. เสนีย์ ซึ่งเป็นห้องทำงานของแกนนำพรรคและห้องวอร์รูม รวมถึงที่ประชุมส.ส.ของพรรคทุกวันอังคาร พร้อมหยิบถุงพลาสติกที่บรรจุอุจจาระปาเข้าใส่หน้าประตูทางเข้าอาคารทันที ท่ามกลางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มารักษาการณ์ภายในพรรคกว่า 2 หมวด หลังปาอุจจาระส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ชายคนดังกล่าวจึงถูกร.ต.ท.สุกิจ ชะฎา พนักงานสอบ สวน 1 สน.บางเขน ช่วยงานจราจร ทำหน้าที่ผบ.หมวดกองร้อยอารักขาและรักษาความปลอดภัย รวบตัวเอามานั่งสอบสวนเบื้องต้น ที่นั่งพักของคนขับรถส.ส.ฝั่งตรงข้าม

หลัง จากเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมตัวนายสุรชัย พร้อมกับสอบถามสาเหตุว่า ทำไปเพราะอะไร แต่นายสุรชัยปฏิเสธที่จะตอบคำถามใดๆ โดยกล่าวแต่เพียงว่า ไม่พอใจที่ตนไปร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อปี 2547 แต่ไม่มีความคืบหน้าใดๆ และไม่พอใจรัฐที่ควบคุมสื่อ ใช้สื่อเป็นเครื่องมือในการนำเสนอข่าว เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจซักว่ามีใครจ้างมา นายสุรชัย กล่าวว่า "ผมมีสิทธิ์ไม่ตอบ เป็นลูกผู้ชายพอ ทำแล้วไม่หนี" ก่อนที่จะนำตัวนายสุรชัยขึ้นรถยนต์ส่วนตัวของพ.ต.ท.ศศพล บัวทอง สวป.สน.สุทธิสาร ทำหน้าที่ ผบ.กองร้อยรักษาการณ์ที่พรรคประชาธิปัตย์ นำตัวไปส่งที่สน. บางซื่อ

-ชินวรณ์-วอลเปเปอร์อยู่ในพรรค

จาก นั้น แม่บ้านของพรรคได้ทำความสะอาด ที่ประตูและพรมแดงที่ปูอยู่หน้าประตูอาคาร ที่เปื้อนอุจจาระกระจัดกระจายเต็มทั้งผืนพรม ซึ่งระหว่างที่แม่บ้านทำความสะอาดอยู่นั้น นาย ชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ ที่ไม่ทราบว่ามีการปาอุจจาระ กำลังจะเดินออกจากตึก ได้ถูกเจ้าหน้าที่ของพรรคห้ามไว้ ขณะที่นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา คนใกล้ชิดนายกฯ ก็อยู่ในพรรคด้วย โดยเดินเลี่ยงออกจากที่เกิดเหตุมานั่งหลบที่ร้านกาแฟหน้าพรรค พร้อมเจ้าหน้าที่พรรคบางส่วน

จากการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบเบอร์โทรศัพท์ของภรรยานายสุรชัย และโทร.สอบถามประวัติเบื้องต้นทราบว่า นายสุรชัยมีอาการทางประสาท เคยเข้ารับการรักษาอาการที่โรงพยาบาลศรีธัญญานานร่วม 10 ปี และเพิ่งแยกทางกับภรรยาได้ 2 สัปดาห์ เนื่องจากชอบทุบตีทำร้ายภรรยา และจากการเข้าค้นบ้านพักของนายสุรชัย เจ้าหน้าที่ตำรวจพบอาวุธปืนไม่ทราบขนาด ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเป็นปืนที่ครอบครองโดยถูกกฎหมายหรือไม่

-เผย เตรียมอึมาปาโดยเฉพาะ

สำหรับรายละเอียดเหตุการณ์ดังกล่าว เมื่อเวลา 10.45 น. พ.ต.ท.นรสิงห์ อินทร์ถา สวป. สน.บางเขน ทำหน้าที่ผบ.หมวด 2 กองร้อย 3 ปจ.บก.น.2 จับกุมตัวนายสุรชัย เกิดดี อายุ 45 ปี ที่อยู่ตามภูมิลำเนาเลขที่ 42/46 ซอยวัดหลวง แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กทม. ปัจจุบันพักอยู่ห้องเลขที่ 406 ชั้นที่ 4 สินทรัพย์ อพาร์ตเมนต์ เลขที่ 3/2720 ซอยพหลโยธิน 48 แขวงอนุเสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. หลังก่อเหตุนำสิ่งปฏิกูลปาใส่อาคารที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ ถนนเศรษฐศิริ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. ก่อนควบคุมตัวส่งสน.บางซื่อ เพื่อสอบปากคำ

ต่อ มา เมื่อเวลา 11.30 น. พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.สมศักดิ์ วิมานรัตน์ ผกก.สน.บางซื่อ ร่วมกันสอบปากคำนายสุรชัย ที่ห้องปฏิบัติการฝ่ายสืบสวน ชั้นที่ 2 ของสน.บางซื่อ โดยใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง

หลังเสร็จสิ้นการสอบปาก คำ พล.ต.ต.สุเมธ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน. บางซื่อ ซึ่งดูแลรักษาความปลอดภัยอยู่ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ พบนายสุรชัย เดินถือถุงพลาสติกสีเหลืองเข้าไปที่พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนจะก่อเหตุดังกล่าว หลังจากนั้น นายสุรชัยก็ไม่ได้หนีไปไหน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวมา สอบปากคำที่สน.บางซื่อ โดยนายสุรชัยได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า สิ่งปฏิกูลดังกล่าวเป็นของตน เตรียมมาเพื่อปาใส่พรรคประชาธิปัตย์โดยเฉพาะ เพราะดูตัวอย่างจากเหตุการณ์มีคนปาสิ่งปฏิกูลใส่บ้านนายอภิสิทธิ์ ส่วนสาเหตุเนื่องมาจากเกิดความเครียดที่มีสัญญาณคลื่นในอากาศมารบกวน ทำให้เกิดอาการปวดหัวและเครียดอย่างหนัก เคยร้องเรียนกับพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อปี 2541 แต่เรื่องดังกล่าวก็นิ่งเงียบไป

-อ้าง มีคลื่นกวน-ไม่มีใครสนใจ

นายสุรชัย ให้การต่อว่า เคยเล่าเรื่องดังกล่าวให้ที่บ้านฟัง แต่ครั้งนั้นไม่มีใครสามารถรับคลื่นได้ เมื่อรับดูข่าวสารจากสื่อมวลชน ก็ทราบข้อมูลที่ผิดพลาดแปลกแตกต่างจากข้อเท็จจริง เนื่องจากสื่อมวลชนอาจถูกปล่อยคลื่นเข้า ไปรบกวนสัญญาณ ทำให้การสื่อสารเพี้ยนไป และยังมีคนที่เป็นเหมือนตนถูกคลื่นสัญญาณรบกวนคือ น.ส.จิตรลดา ตันติวณิชยสุข ที่พกอาวุธมีดไล่แทงนักเรียนหญิงที่โรงเรียนเซนต์ โยเซฟ คอนแวนต์ ถนนคอนแวนต์ เขตสาทร กทม. ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ จำนวน 4 ราย ซึ่งนั่นก็เป็นอีกคนที่ได้รับความเดือดร้อนที่เกิดจากอาการถูกคลื่นรบกวน

"เคย เล่าเรื่องคลื่นรบกวนให้ทางบ้านฟัง แต่กลับไม่มีใครเชื่อซ้ำยังพาตนไปตรวจอาการที่โรงพยาบาลศรีธัญญา ตนจึงเริ่มหมดความอดทนที่รัฐบาลไม่ยอมแก้ปัญหาเรื่องคลื่นที่ปล่อยไปในอากาศ และรบกวนผู้คนทั่วไป ซ้ำเรื่องที่ร้องเรียนไปกับพ.ต.ท.ทักษิณ ก็กลับเงียบหายไป จึงเกิดความไม่พอใจตั้งแต่นั้นมา ในวันนี้จึงได้นำสิ่งปฏิกูลซึ่งเตรียมไว้แล้วใส่ถุงขึ้นรถโดยสารประจำทางมา ลงบริเวณถนนพระราม 6 แล้วเดินเท้าต่อมายังที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนจะหยิบถุงใส่สิ่งปฏิกูลขว้างปาใส่พื้นพรมหน้าประตูและที่ประตูอาคาร เสนีย์ ปราโมช ก่อนที่จะยืนนิ่งและถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัว" นายสุรชัยกล่าว

-ค้นห้องพักไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย

ต่อมาเมื่อ เวลา 12.45 น. พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศ ลักษณ์ รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.สมศักดิ์ วิมานรัตน์ ผกก.สน.บางซื่อ นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บางซื่อ และสน.บางเขน เข้าไปตรวจค้นห้องพัก 406 ชั้นที่ 4 สินทรัพย์อพาร์ต เมนต์ ของนายสรุชัย ระหว่างที่กำลังขึ้นไปที่ห้องนั้น นายสุรชัยได้ตะโกนบอกคนที่อพาร์ต เมนต์ว่า "ปาขี้ใส่พรรคประชาธิปัตย์มา" ก่อนที่ตำรวจจะพาเดินขึ้นไปที่ห้องพัก หลังจากนั้นจึงได้ตรวจค้นภายในห้องอย่างละเอียด โดยใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง ก็ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย หรือเอกสารเกี่ยวกับการเมืองแต่อย่างใด พบเพียงยาต้านไวรัสจำนวนหนึ่งเท่านั้น ระหว่างที่ตรวจค้นอยู่นั้น นายสุรชัย ก็ตะโกนออกมาว่า "เพื่อชาติ เพื่อประชาชน อย่าให้อำมาตยาธิป ไตยหลุดรอดไปได้" พร้อมกับพูดต่างๆ นานา พอจับใจความได้ว่า คลื่นดังกล่าวเข้าไปแทรก แซงสื่อทำให้เกิดการสื่อสารที่ผิดเพี้ยน และไม่มีความจริง

-ข้อหาเดียวกับมือปาอึบ้านมาร์ค

จากการสอบ ถาม นางนันทนา อาจทนอง อายุ 50 ปี ผู้รับอำนาจดูแลอพาร์ตเมนต์ดังกล่าว ทราบว่า นายสุรชัย พักอาศัยอยู่กับภรรยาชื่อนก ได้ประมาณ 1 ปี แล้ว ตลอดเวลาก็ไม่เคยมีปัญหากับเพื่อนร่วมอพาร์ตเมนต์หรือภรรยาแต่อย่างใด แต่เมื่อเดือนที่แล้ว นายสุรชัยแจ้งขอย้ายออกโดยอ้างว่าได้อาคารพักอาศัยเอื้ออาทรเพิ่มสิน และกุญแจห้องพักก็ยังไม่ได้คืน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา กระทำด้วยประการใดๆ ให้ของโสโครกเปรอะเปื้อนหรือน่าจะเปรอะเปื้อนตัวบุคคลหรือทรัพย์หรือแกล้งทำ ให้โสโครกทำให้เดือดร้อนรำคาญ และกระทำด้วยการใดๆ อันจะเป็นการรังแกหรือข่มเหงผู้อื่นได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ ก่อนนำตัวส่งศาลแขวงดุสิต พร้อมทั้งจะให้เจ้าหน้าที่ตรวจดูอาการของนายสุรชัย ว่ามีการผิดปกติทางสมองหรือไม่ ก่อนเชิญตัวผู้ที่รู้จักคุ้นเคยกับนายสุรชัย มาสอบปากคำอย่างละเอียด เพื่อเก็บเป็นข้อมูลก่อนดำเนินการต่อไป

ปริศนา - นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา รุดดูกระจกบานใหญ่หน้าตึก 1 อาคารมาลีนนท์ ซึ่งเกิดร้าวโดยไม่ทราบสาเหตุ ตำรวจเร่งตรวจสอบให้ชัด เพราะใกล้กับธนา คารกรุงเทพเป้าระเบิด



ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายสุรชัย ได้อ้างกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เคยเป็นพนักงานขับรถให้ผู้จัดการธนาคารทหารไทย สาขาสำนักงานใหญ่ เขตจตุจักร แต่ลาออกมาได้ประมาณ 1 เดือนแล้ว จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจสอบที่ธนาคารดังกล่าวก็ไม่พบประวัติการทำงาน ของนายสุรชัยตามที่กล่าวอ้างถึง รวมทั้งตรวจสอบไปที่โรงพยาบาลศรีธัญญา ก็ไม่พบประวัติการรักษาเช่นกัน

-ศาลสั่งลงโทษ-กักขัง 5 วัน

ที่ ศาลแขวงดุสิต ถ.บรมราชชนนี เวลา 14.30 น. พนักงานอัยการฝ่ายคดีศาลแขวง ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสุรชัย เป็นจำเลย ฐานกระทำด้วยประการใดๆ ให้ของแข็งตกลง ณ ที่ใดๆ โดยประการที่น่าจะเป็นอันตรายหรือเดือดร้อนรำคาญแก่บุคคล หรือเป็นอันตรายแก่ทรัพย์ หรือกระทำด้วยประการใดๆ ให้ของโสโครก เปรอะเปื้อนหรือน่าจะเปรอะเปื้อนตัวบุคคล หรือทรัพย์ หรือแกล้งทำให้ของโสโครกเป็นที่เดือดร้อนรำคาญ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 389 โดยศาลพิเคราะห์ประกอบคำรับสารภาพแล้วเห็นว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง

พิพากษา ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 389 ลงโทษจำคุกเป็นเวลา 10 วัน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 5 วัน จำเลยไม่เคยกระทำผิดมาก่อน สมควรให้เปลี่ยนโทษจำคุก เป็นกักขังเป็นเวลา 5 วัน ที่ทัณฑสถานวัยหนุ่มกลางปทุมธานี

-ตร.ขอจัดระเบียบรปภ.พรรค

ด้าน พล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ ผบก.น.2 กล่าวถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยบริเวณพรรคประชาธิปัตย์หลังเกิดเหตุคนปา อุจจาระ ว่า ตำรวจจะเข้มงวดบุคคลเข้าออกพรรคมากขึ้น โดยประสานกับเจ้าหน้าที่พรรคแล้ว ว่าจากวันนี้ไปจะมีการตรวจค้น ส.ส.และผู้ติดตาม เพราะตำรวจไม่ทราบว่าใครเป็นส.ส. หรือไม่ ส่วนรถยนต์ก็จะประสานกับพนักงานรักษาความปลอดภัยของพรรคในการตรวจตรา เพราะพนักงานรักษาความปลอดภัยของพรรคสามารถระบุรถยนต์ได้ว่า เป็นของพรรคหรือ ส.ส.คนใด หากไม่ใช่รถของส.ส.ก็ต้องตรวจตราหาวัตถุระเบิด ซึ่งเครื่องมือมีจำนวน 5 อัน แต่ก่อนหน้านี้ไม่ได้มีการตรวจตรา เพราะเกรงจะเกิดผลกระทบกระทั่งกับคนเข้าออก เพราะตำรวจส่วนใหญ่ไม่ทราบหน้าตาของส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ แต่เพื่อความปลอดภัยจากนี้ไปจำเป็นต้องตรวจ ส่วนจำนวนเจ้าหน้าที่ตำรวจคงไม่มีการเพิ่มกำลัง โดยปกติช่วงกลางวันจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 100 นาย ส่วนกลางคืนมีจำนวน 50 นาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด บก.น. 2 ชุดรักษาการณ์รักษาความเรียบ ร้อยประจำพรรคประชาธิปัตย์ ได้เสนอความเห็นต่อพล.ต.ต.สาโรจน์ ในการรักษาความปลอดภัยของพรรค หลังจากเกิดเหตุนายสุรชัยปาอุจจาระที่พรรคประชาธิปัตย์ 2 กรณี คือ 1.ขอความร่วมมือให้ร้านมิตรอารีย์ ที่เปิดบริการ โต๊ะสนุ้กเกอร์อยู่ด้านหลังพรรค ให้หยุดบริการในทุกวันอังคารที่มีการประชุมพรรค หรือ 2.เสนอให้รัฐมนตรี ส.ส. ผู้ติดตามส.ส. เจ้าหน้าที่พรรคและผู้สื่อข่าว รวมถึงผู้ที่มาติดต่อธุระต่างๆ ณ ที่ทำการพรรค ให้ติดบัตรแสดงตัวที่มีรูปถ่ายของบุคคลนั้น เพื่อง่ายต่อการตรวจสอบและรักษาความปลอดภัยโดยรวม เพราะวันอังคาร มีคนมาติดต่อพรรคจำนวนมาก เพื่อให้พล.ต.ต.สาโรจน์ ประสานงานกับทางพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป

-ส.ส.อ้างมีแผนสังหารมาร์ค -เทือก

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายประมวล เอมเปีย ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเหตุ การณ์ปาอึใส่พรรคประชาธิปัตย์ ว่า ตนเคยเตือน แล้วว่าระบบรักษาความปลอดภัยของพรรคไม่ได้เรื่อง เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นลางบอกเหตุ และถือได้ว่าเขาทดสอบระบบรักษาความปลอด ภัยของเราว่าเข้มงวดหรือไม่ ก็พบชัดเจนว่าไม่มีความเข้มงวด เพราะเราไม่คิดว่าจะมีคนทำอย่างนี้ เมื่อเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ก็ไม่ควรประมาทอีก เพราะยังมีคนหวังผลประโยชน์อยู่ ต้องการสร้างสถานการณ์ให้เป็นจุดเด่น ดังนั้นฝ่ายความมั่นคงต้องใช้มาตรการเด็ดขาด เพื่อกำราบแกนนำที่ปลุกให้เตรียมอาวุธก่อความไม่สงบ ตนอยากถามว่าถ้าพ.ต.ท.ทักษิณไม่มีเงิน คนพวกนี้จะทำอย่างนี้หรือไม่ และที่กลุ่มคนเสื้อแดงแสดงบทบาท อยากถามว่าเอาเงินมาจากไหน

นาย ประมวล อ้างว่า อย่าลืมว่าข่าวการลอบสังหารนายกฯ และบุคคลสำคัญยังมีอยู่ เพราะการล้มรัฐบาลนี้ไม่ได้มีแค่ล้มนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพเท่านั้น ดังนั้น มาตรการกวดขันจะต้องทำให้เหมือนกับต่างประเทศ เพราะระยะนี้สถานการณ์ยังไม่ปกติ การรักษาความปลอดภัยต้องเข้มงวด ดังนั้นถ้านายกรัฐมนตรีออกพื้นที่ แล้วประชาชนเข้าไม่ถึงตัวก็ขอให้เข้าใจอย่าโทษนายกรัฐมนตรี เพราะต้องดูเรื่องความปลอดภัยก่อน

-"ปทีป"สั่ง"ภาณุพงษ์"ดูคดีบึ้ม แบงก์

วันเดียวกัน พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร. กล่าวถึงเหตุระเบิดที่ในพื้นที่ภาคใต้เมื่อช่วงเช้าว่า จะเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดหน้าธนาคารกรุงเทพในพื้นที่กรุงเทพ และสมุทร ปราการหรือไม่ว่า ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ ขอให้ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุก่อน และให้ตำรวจท้องที่ไปดูรายละเอียดก่อนว่าจะมีความเกี่ยวพันกับเหตุในกทม. หรือไม่

"สำหรับสถานการณ์ระเบิดตามสถานที่ต่างๆ รวมทั้งการปาอุจจาระหน้าพรรคประชาธิปัตย์นั้นจะประเมินสถานการณ์ว่า จะรุนแรงขึ้นหรือเบาลงนั้นต้องดูสถานการณ์ด้านการข่าวต่อไปทุกๆ วัน แต่สิ่งที่บอกทุกครั้งคือกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในขณะนี้ เราได้เพิ่มจุดตรวจหรือด่านมากขึ้น เพิ่มกำลังสายตรวจมากขึ้น และให้ทางด้านหน่วยสืบสวนรวมทั้งกองบัญชาการสันติบาลลงไปติดตามหาข่าวอย่าง ใกล้ชิดทุกระยะ นอกเหนือจากนี้ทางบช.น.พยายามหาอาสาสมัครเข้ามาช่วย" รรท.ผบ.ตร.กล่าว

พล.ต.อ.ปทีป กล่าวว่า สำหรับเหตุระเบิด 4 จุด ในกทม. และสมุทรปราการนั้น ขณะนี้ความเกี่ยวเนื่องกันยังตอบไม่ได้ เพียงแต่ตั้งข้อสังเกตว่ามีความเกี่ยวเนื่องกัน ตอนนี้ได้มอบหมายให้พล.ต.อ.ภาณุพงษ์ สิงหรา ณ อยุธยา ที่ปรึกษาสบ.10 เข้าไปดูทั้งระเบิดในกทม. และสมุทรปราการ เพื่อจะดูว่ามีความเชื่อมโยงกันหรือไม่อย่างไร ส่วนระเบิดที่พบนั้นเป็นระเบิดมือ ซึ่งถือเป็นยุทธภัณฑ์ที่ใครมีไว้ครอบครองถือว่าผิด แต่คงตอบไม่ได้ว่ามาจากทางตำรวจ ทหาร หรือมาจากไหน

ผู้สื่อข่าวถาม ถึงคลิปของนายเคทองที่เผยแพร่ผ่านทางยูทูบว่า จะเกิดเหตุระเบิดก่อนที่จะมีเหตุระเบิด 4 จุด พล.ต.อ.ปทีป กล่าวว่า ตนได้ดูคลิปดังกล่าวแล้ว เห็นว่าเป็นเรื่องทางการข่าวซึ่งเราก็ต้องติดตามดู ซึ่งได้สั่งการให้เฝ้าติดตามข่าวดังกล่าวอยู่ เหมือนที่เราต้องให้ความสำคัญกับทุกข่าวที่เข้ามา

-ระทึกอีก-กระจก ตึกช่อง 3 แตก

เมื่อเวลา 04.00 น. วันเดียวกัน ร.ต.ท.เริงชัย ชุดพิมาย พงส.สบ.1 สน.ทองหล่อ รับแจ้งเหตุกระจกหน้าอาคารมาลีนนท์ 1 ถนนพระราม 4 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กทม. แตกร้าว หลังรับแจ้งรุดไปที่เกิดเหตุ ด้านหน้าก่อนที่จะเข้าไปยังตึก พบกระจกบานใหญ่ กว้าง 2 เมตร ยาว 2 เมตร หนา 1 ซ.ม. ลักษณะแตกร้าวทั้งบาน ทางเจ้าหน้าที่จึงกั้นบริเวณที่เกิดเหตุ และตรวจสอบพบว่า กระจกดังกล่าวมีจุดศูนย์กลางรอยร้าวมาจากบริเวณกลางแผ่นกระจก แต่ไม่มีร่องรอยการถูกยิง หรือมีรอยทะลุ

จากการสอบสวน ด.ต.ชัยรัตน์ นาครุ่ง ผบ. หมู่งานปราบปราม สน.ทองหล่อ ที่เข้าเวรบริเวณหน้าอาคารมาลีนนท์ เผยว่า ตนมาเข้าเวรเฝ้าจุดรักษาความปลอดภัยธนาคารกรุงเทพ ใต้ตึกอาคารมาลีนนท์ เมื่อเวลาประมาณ 04.00 น. ขณะกำลังเดินอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ ได้ยินเสียงดังเปรี๊ยะที่กระจกบานดังกล่าว ตนและนายสุทน มิ่งจันทร์ทึก รปภ. ของช่อง 3 จึงเดินไปดู พบกระจกแตกร้าวทั้งบาน แต่ช่วงที่เกิดเหตุ ไม่ได้ยินเสียงปืนแต่อย่างใด

ขณะ ที่ น.ส.มลนิภา สายลาม อายุ 21 ปี พนักงานบริษัท ซีอาร์ซี ซีเคียวริตี้ เซอร์วิส จำกัด ตนพร้อมกับเพื่อน ซึ่งรับผิดชอบทำความสะอาด บริเวณหน้าตึกตั้งแต่ช่วงเวลา 19.00 น. ถึง 07.00 น. หลังจากทำความสะอาดเสร็จเรียบร้อย ก็ออกมานั่งที่บริเวณด้านหน้าทางออกถนนพระราม 4 และก็ได้ยินเสียงเหมือนกระจกร้าว จึงเดินมาดูที่กระจกหน้าตึก ระหว่างนั้นก็ไม่เห็นรถวิ่งผ่านไปมา แต่ทราบจากเพื่อนที่มาทำความสะอาดก่อนหน้านี้ บอกว่า กระจกใบนี้เคยแตกมาแล้วช่วงปีที่แล้ว และได้เปลี่ยนมาแล้วครั้งหนึ่ง

สำหรับ อาคารที่เกิดเหตุ ด้านในเป็นที่ตั้งของธนาคารกรุงเทพด้วย

-"มาร์ค "เสียงอ่อย-ปชป.ถูกปาอึ

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ ถึงสถานการณ์ความร้อนแรงทางการเมืองที่ขณะนี้ดูว่ายังไม่จบง่ายๆ ล่าสุดเกิดเหตุป่วนเมือง มีการปาสิ่งปฏิกูลใส่อาคารที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ โดยนายกฯกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ ว่า "เห็นมีการดำเนินการไปแล้ว ทางตำรวจได้ดำเนินการไปแล้ว" เมื่อถามว่านายกฯจะดูแลไม่ให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบอย่างไร เพราะโทษทางกฎหมายค่อนข้างเบา นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เราต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ต่างๆ อย่างต่อเนื่องไม่ประมาท

คุมเข้ม - เจ้าหน้าที่หน่วยรปภ.เดินคุ้มกันนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี อย่างเข้มงวด ระหว่างเดินทางออกจากห้องแถลงข่าวตึกนารีสโมสร ภายในทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 2 มี.ค. หลังเกิดเหตุการณ์คนร้ายปาถุงอึใส่ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์



เมื่อ ถามว่าการที่นายกฯกำชับครม.ในเรื่องความปลอดภัยนั้น แสดงว่าตอนนี้มีข่าวที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะเคลื่อนไหวใช่หรือไม่ นาย อภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่ ตนชี้ให้เห็นว่ากำลังของเจ้าหน้าที่รัฐคงมีไม่มากพอจะดูแลทุกสถานที่ได้ ดังนั้นทุกกระทรวง ทบวง กรม หน่วยงานราชการที่มีระบบดูแลรักษาความปลอดภัยและอาคารสถานที่อยู่แล้วต้องมี ความระมัดระวังเข้มงวดกวดขันมากยิ่งขึ้น อย่างไปฝากทุกสิ่งทุกอย่างไว้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ-ทหาร เพราะเราจะได้นำตำรวจ-ทหารไปดูแลประชาชนได้มากขึ้น

เมื่อถามว่า นายกฯระบุมีข้อมูลการเคลื่อน ไหวของขบวนการใต้ดินนั้น มีความเคลื่อนไหวรุนแรงระดับใด นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เรื่องนี้คงไม่มีอะไรที่อยากจะขยายความ เพียงแต่สิ่งที่เราเห็นมาตลอดคือมีคนบางกลุ่มที่อาจใช้ความรุนแรงได้ ตนต้องการไม่ให้ทุกคนอยู่ในความประมาทแต่ไม่ต้องตื่นตระหนกใดๆ เมื่อถามต่อว่าที่ประชุมครม.ได้ประเมินการชุมนุมของคนเสื้อแดงว่าจะรุนแรง เพียงใด นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีอะไร เพียงแต่ย้ำให้ดูแลทุกอย่างให้สงบเรียบร้อย และหน่วยงานความมั่นคงไม่ได้รายงานเพิ่มเติม ส่วนการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงในต่างจังหวัด ก็มีการนัดหมายชุมนุมตามจุดต่างๆ ตามปกติ

-จับตาเคทองคนสนิทเสธ.แดง

ต่อ ข้อถามถึงนายพรวัฒน์ ทองสมบูรณ์ หรือ "เค ทอง" ที่อ้างเป็นคนใกล้ชิดพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก เผยแพร่คลิปวิดีโอทางอินเตอร์เน็ต ขู่จะมีเหตุระเบิดหลายจุดในกทม. นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ทางนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง และตำรวจดูอยู่ว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร เมื่อถามว่าการดำเนินการลักษณะนี้ผ่านเว็บไซต์หลายครั้ง รัฐบาลไม่มีมาตรการป้องกันเลยหรือ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่ากรณีในอดีต นาย สุเทพได้รายงานในที่ประชุมครม.ว่าไม่ได้ละเลยต่อพฤติกรรมที่หลายคนมีความ เป็นห่วงว่าการพูดในลักษณะซึ่งทำให้คนเข้าใจได้ว่าเป็นการชักชวน เชิญชวนให้ไปกระทำในสิ่งที่ผิดกฎหมายหรือความรุนแรง กรณีเหล่านี้ทั้งหมดนายสุเทพได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ไปพิจารณาว่าเข้าข่าย องค์ประกอบความผิดหรือไม่ หรือต้องขออำนาจศาลในการออกหมายอย่างไร มีการดำเนินการกันมาแล้วแต่หลายครั้งศาลไม่อนุมัติบ้าง หรือเจ้าหน้าที่มีความเห็นว่าไม่เข้าองค์ประกอบในการทำความผิด

-ปณิธาน รู้ดีอีก-บึ้มเพราะอะไร

ด้านนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ในสัปดาห์นี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดูแลสถานการณ์มากขึ้น อาจมีการสร้างเงื่อนไขที่รุนแรง ฉวยโอกาส ก่อเหตุต่างๆ มองว่ากลุ่มผู้กระทำการไม่ว่าจะวางระเบิด 4 จุด ไม่ใช่มือสมัครเล่น เพราะลักษณะการก่อเหตุมีความเชื่อมโยงหลายพื้นที่ มีการวางแผน เพราะในพื้นที่ต่างๆ ติดกล้องวงจรปิดเอาไว้ ดังนั้น กลุ่มดังกล่าวต้องเตรียมตัวให้พร้อมทั้งบุคคลและการใช้อุปกรณ์ แสดงให้เห็นว่าได้รับการฝึกฝนมาพอสมควร คือสร้างความสับสนในบางเรื่อง เช่น การดัดแปลงอุปกรณ์ เอากระเดื่องที่ผลิตจากประเทศหนึ่งมาใส่กับตัวระเบิดที่ผลิตจากประเทศหนึ่ง และบริเวณตัวกระเดื่องจะพันด้วยเทปพันสายไฟ เพื่อป้องกันไม่ให้มีลายนิ้วมือแฝงที่นำไปสู่การตรวจดีเอ็นเอ

นาย ปณิธาน กล่าวว่า ในพื้นที่ 4 จุดที่เกิดเหตุระเบิด จากการตรวจสอบพบว่าระเบิดที่พบใกล้เคียงกับที่กล่าวมา กลุ่มคนพวกนี้ต้องมีความรู้ มีผู้บอกบทและวางแผนให้ แต่คงไม่ใช่มืออาชีพ เพราะเขาคงไม่มาเสี่ยง แต่จะเอาคนที่ได้รับการฝึกฝนบวกกับความใจกล้า เข้ามาทำแทนในลักษณะเป็นลูกโซ่ อาจเรียกได้ว่าเป็นกระบวนการมืออาชีพ หรือ คอดิเนต อีเว้นต์ คือ การก่อการร้ายคุกคามความรู้สึกของประชาชน โดยกระทำเชิงสัญลักษณ์ โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะมากกว่ารถยนต์ส่วนบุคคล และจะไม่เอามืออาชีพเข้ามา เพราะเป็นคนวางแผนและกำกับบทมากกว่า แสดงให้เห็นว่าเมื่อรัฐบาลมีแผนเฝ้าระวังได้ พวกเขาก็ทำได้เช่นกัน เรื่องนี้นายกฯระบุว่าโอกาสของคนก่อเหตุจะเป็นคนละกลุ่มถือเป็นไปได้น้อย เพราะชิ้นส่วนของอุปกรณ์หาได้ยากกว่า และขณะนี้รัฐบาลมีหลักฐานเกี่ยวกับผู้ที่กระทำการมากกว่าที่ผ่านมา

-เทือก บี้"เคทอง"-เซ็งจับ"กี้ร์"ไม่ได้

เมื่อเวลา 08.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นาย สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุระเบิดเกิดขึ้นหลายจุดในกทม.ช่วงที่ผ่านมา ที่มีกลุ่มคนพยายามโยงเหตุการณ์ระเบิดช่วงส่งท้ายปีใหม่เมื่อปี 2550 ว่า เราพยายามสืบสวนสอบสวนเพื่อหาคนกระทำผิดมาดำเนินคดี และจะยังไม่ระบุว่าเป็นใครจนกว่าจะได้ผลการสืบสวน ส่วนที่สอด คล้องกับสถานการณ์ในขณะนี้ และกลุ่มบุคคลที่เคยพูดไว้ รวมทั้งบุคคลที่พูดและนำมาเผยแพร่ในเว็บไซต์อยู่ขณะนี้นั้น จะให้ดำเนินการคงทำไม่ได้ ประชาชนทั้งประเทศคงเข้าใจดีว่าสาเหตุมาจากอะไร ขอฝากถึงกลุ่มคนที่คิดก่อ กวนและสร้างปัญหาให้บ้านเมืองตระหนักว่ากำลังทำลายประเทศชาติ และกระทำการที่คนทั้งประเทศรับไม่ได้ แต่ถ้าจะต่อสู้ก็ให้ต่อสู้ตามวิถีทางที่กำหนด

เมื่อถามว่านายพรวัฒน์ ทองสมบูรณ์ หรือเคทอง หนึ่งในแกนนำที่ใกล้ชิดพล.ต.ขัตติยะต้องจับตาเป็นพิเศษหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ต้องจับตามอง ถ้าเข้าข่ายผิดกฎหมายต้องดำเนินการ ส่วนที่เขาพูดจาปลุกระดมก็ให้ตำรวจไปติดตามดูอยู่ ยอมรับว่าบางทีก็ลำบาก อย่างนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำคนเสื้อแดงที่พูดปลุกระดมที่จ.เชียงใหม่ และตนสั่งให้ตำรวจดำเนินคดี แต่จนถึงขณะนี้ยังทำได้ไม่เรียบร้อย เช่นเดียวกับบุคคลรายนี้ที่นำข้อความมาเผยแพร่ตามเว็บไซต์เพื่อปลุกระดมต้อง ให้เจ้าหน้าที่ไปดำเนินการ

ต่อข้อถามว่ารัฐบาลมีมาตรการอะไรจะหยุด การสร้างความปั่นป่วนของบุคคลเหล่านี้ได้อย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า ต้องเพิ่มความเข้มข้นในการหาข่าว การสืบสวน สอบสวน และติดตามจับกุมคนผิด เห็นได้จากการตั้งจุดตรวจและจัดชุดลาดตระเวนและเพิ่มความเข้มข้นขึ้นหลังมี เหตุระเบิด

เมื่อถามว่าบช.น.ต้องเรียกประชุมประสานความร่วมมือกับ เครือข่ายผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง แสดงว่าสถานการณ์แย่ลง นายสุเทพ กล่าวว่า จะแย่หรือไม่แย่ก็พูดยาก แต่เรามีหน้าที่ป้องกัน หากมีกลุ่มไหนที่เราเห็นว่าเขาน่าจะเป็นประโยชน์ช่วยดูแลระวังบ้านเมือง เราจะขอความร่วมมือกับทุกฝ่าย

-สันติบาลระบุเคทองเผ่นนอกแล้ว

ที่ บช.ส. พล.ต.ท.ตรีทศ รณฤทธิวิชัย ผบช.ส. กล่าวถึงสถานการณ์ก่อนการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จ การแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ในวันที่ 14 มี.ค.นี้ ว่าตอนนี้บช.ส.บช.กและบช.น.ทำงานร่วมกัน การทำสำนวนคดีจะเป็นหน้าที่ของ บช.น. และ บช.ก. เป็นหลัก ส่วนบช.ส. จะเป็น ส่วนเสริมด้านข้อมูลให้บช.ทั้งสอง ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จับตากลุ่มเสื้อแดงอยู่ พบว่า แกนนำอยู่ระหว่างการปลุกระดมให้เข้ามาชุมนุม

เมื่อถามว่ากรณีที่นายก รัฐมนตรีให้จับตากลุ่มเสื้อแดงบางคนเป็นพิเศษนั้น ทางพล.ต.ท. ตรีทศ กล่าวว่า ขอให้เป็นเรื่องการทำงานคงไม่สามารถบอกได้ แต่ยืนยันว่าไม่มีการขึ้นแบล็ก ลิสต์คนเสื้อแดงไว้

เมื่อถามว่า เหตุระเบิดทั้ง 4 จุดในพื้นที่กทม.และสมุทรปราการเป็นฝีมือของกลุ่มใด พล.ต.ท.ตรีทศ กล่าวว่าอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน แต่เราสามารถบอกได้ว่าเป็นกลุ่มคนที่เสียผลประโยชน์จากผลคำพิพากษายึดทรัพย์ ของอดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่ง บช.ส.ได้แจ้งเตือนไปก่อนหน้านี้แล้ว

เมื่อ ถามถึงการดำเนินการกับกรณีคลิปภาพและเสียงของนายเคทอง คนสนิทของพล.ต. ขัตติยะ สวัสดิผล ที่เผยแพร่ทางยูทูบ พล.ต.ท. ตรีทศ กล่าวว่า ถ้าเราพบพยานหลักฐานชัดเจนจะดำเนินคดีหมด โดยจะดูทางข้อกฎหมายว่าจะเข้าข้อกฎหมายใด ส่วนจะเรียกมาสอบสวนหรือไม่นั้น ตอนนี้คงไม่สามารถทำได้เพราะนายเคทองหนีออกนอกประเทศไปแล้ว

"ต้องบอก ก่อนว่าเราไม่ได้ไปหาเรื่องเขานะ แต่เราจะดูองค์ประกอบว่า การที่ออกมาพูดลักษณะนี้ ทำให้บ้านเมืองวุ่นวายจะเข้าในกรอบกฎหมายไหน" พล.ต.ท.ตรีทศ กล่าว

-"อนุพงษ์"พร้อมเสริมกำลังทหาร

ที่ขส.ทบ. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางไปจ.เชียงใหม่ ถึงการเพิ่มกำลังทหารช่วยดูแลสถานที่สำคัญ หลังคนร้ายลอบวางระเบิด 4 จุด ว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รอง นายกฯฝ่ายความมั่นคง และพล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ได้พูดชัดเจนว่าขั้นตอนตามปกติ ตำรวจจะดูแล แต่ถ้าตำรวจไม่เพียงพอ ร้องขอมาเราจะส่งกำลังทหารไปในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งกองทัพภาคที่ 1 ประสานกับตำรวจนครบาลเพื่อจัดกำลัง แต่หากให้เราดูแลทุกจุด ทุกท้องถนนคงทำได้ยากมาก ขณะนี้การวางกำลังของตำรวจได้กำหนดจุดต่างๆ ในพื้นที่ หากพื้นที่ไหนไม่มีน้ำหนักจะใช้สายตรวจ

เมื่อถามว่าได้ดู คลิปวิดีโอเคทอง คนสนิทพล.ต.ขัตติยะ กรณีลอบวางระเบิดในพื้นที่ กทม. หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ได้เห็นเมื่อเช้านี้ และให้ตำรวจติดตามสถานการณ์ในเรื่องนี้ เมื่อถามว่ากลุ่มคนร้ายต้องการยั่วยุให้เกิดเหตุ การณ์รุนแรง พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า อย่าให้ตนฟันธงเลย แต่มีคนพยายามทำให้เกิดความวุ่นวาย ซึ่งขณะนี้ให้เจ้าหน้าที่ประเมินจากการข่าว เพื่อแจ้งเบาะแสต่างๆ เพื่อให้มีความกระจ่างมากขึ้น

-บช.น.ชี้เหตุกระจกตึกช่อง3แตก

วัน เดียวกัน พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกบช.น. เปิดเผยว่า กรณีคลิปของนายพรวัฒน์ ที่กล่าวถึงการระเบิดก่อนวันที่ 27 ก.พ.ว่าขณะนี้ทางศูนย์สืบสวน บช.น.รวมทั้งสันติบาล ได้ดำเนินการตรวจสอบอยู่แยกกันทำ โดยมีฝ่ายกฎหมายร่วมวิเคราะห์ด้วย ขณะนี้ยังไม่เป็นคดี ถ้าพิจารณาแล้วว่าน่าจะมีความผิดกฎหมาย ก็จะออกหมายเรียกดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป บุคคลที่อ้างในคลิปวิดีโอนั้นเคยถูกนครบาลเข้าตรวจค้นที่บ้านพัก พบกระสุนปืนอาวุธสงครามมีการออกหมายจับกุมมาก่อนแล้ว จะต้องดูเหตุการณ์ต่อเนื่อง มีการนำไปวิเคราะห์ต่อว่าเข้าข่ายเงื่อนไขอย่างไรหรือไม่

กรณีคดี ระเบิดล่าสุดที่คนร้ายวางระเบิดหลายๆ จุด เชื่อว่าคนร้ายต้องการกระทำหลายจุด แต่ไม่สะดวก เพราะมีเจ้าหน้าที่ตั้

_________________
คลิกเส้นทางไปหาเว็บ Http://RedCyberClub.Co.Cc


อ่านวิธีการดาวน์โหลดไฟล์จากเว็บฝากไฟล์ทั่วๆไป


dimistry
Admin

จำนวนข้อความ : 808
Join date : 18/09/2009
ที่อยู่ : France

ดูข้อมูลส่วนตัว http://http:redcyberclub.co.cc

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ข่าว 3 มีค 53

ตั้งหัวข้อ by dimistry on Wed Mar 03, 2010 8:36 pm

9 องค์คณะพิพากษายึดทรัพย์"แม้ว"4.6หมื่นล้าน หลอนเจอโทรศัพท์ลึกลับ"ด่า" กรอกหู เตือนอย่ารับเบอร์แปลก

องค์คณะผู้พิพากษาทั้ง 9 คน ผวาเจอโทรศัพท์ป่วนถึงบ้าน เตือนกันเองอย่ารับโทรศัพท์บ้านและเบอร์แปลกเพราะคาดว่าจะโทรมาด่าด้วยคำ หยาบคายหลังตัดสินคดียึดทรัพย์ "พ.ต.ท.ทักษิณ"

เมื่อวันที่ 3 มีนาคม แหล่งข่าวจากสำนักงานศาลยุติธรรมเปิดเผยกับ มติ ชนออนไลน์ ว่า หลังจากที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้พิพากษาคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำนวนกว่า 4.6 หมื่นล้านบาท ปรากฎว่าได้มีโทรศัพท์โทรไปตามบ้านองค์คณะผู้พิพากษาบางคนจากจำนวน 9 คน ด่าและใช้คำหยาบคาย โดยเฉพาะ ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล ซึ่งเป็นเสียงข้างน้อย ที่ลงมติว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา ไม่ได้ใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์กับบริษัทชินคอร์ป ขณะที่องค์คณะอื่นๆถูกโทรศัพท์ไปด่าเช่นเดียวกัน จึงได้มีการเตือนกันว่าในช่วงเวลานี้อย่ารับโทรศัพท์บ้าน เพราะจะไม่ทราบเบอร์ที่ติดต่อมา และถ้ารับโทรศัพท์มือถือให้รับเบอร์มือถือเท่านั้น


9 ผู้พิพากษาชุดประวัติศาสตร์ คดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี



1.สมศักดิ์ เนตรมัย ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา เจ้าของสำนวนและหัวหน้าทีมผู้พิพากษาคดีนี้ ผู้มีประสบการณ์ตัดสินคดีสำคัญๆ ทางการเมือง มาอย่างโชกโชน


เป็นหนึ่งในองค์คณะผู้พิพากษาที่ตัดสินให้จำคุก "วัฒนา อัศวเหม" อดีต รมช.มหาดไทย เจ้าพ่อปากน้ำ เป็นเวลา 10 ปี ในคดีทุจริตคลองด่าน และตัดสินจำคุกอดีตคณะกรรมการ ป.ป.ช.กรณีขึ้นเงินเดือนตัวเอง เป็นเวลา 2 ปี


ที่สำคัญ เคยร่วมตัดสินคดีทุจริตจัดซื้อที่ดินรัชดาฯ 772 ล้านบาท ที่พิพากษาจำคุก พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเวลา 2 ปีด้วย


2.กำพล ภู่สุดแสวง ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา เป็นหนึ่งในองค์คณะผู้พิพากษาคดีออกสลากพิเศษเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว และคดีให้เอ็กซิมแบงก์ปล่อยกู้ให้พม่า 4,000 ล้านบาท


ปัจจุบันทั้ง 2 คดี คำร้องในส่วนของ พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ระหว่างจำหน่ายคดีชั่วคราว เพราะเจ้าตัวไม่เดินทางมาศาล


3.ธานิศ เกศวพิทักษ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ร่วมวินิจฉัยด้วยคะแนน 9 ต่อ 0 ให้ยุบพรรคไทยรักไทย ในคดีทุจริตการเลือกตั้ง 2 เมษายน 2548 แต่ธานิศเป็น 1 ใน 3 ตุลาการเสียงข้างน้อย ที่วินิจฉัยไม่ให้ตัดสิทธิทางการเมืองกับคณะกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย


ธานิศเป็นผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมมากมาย ปัจจุบันเป็นอาจารย์พิเศษประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


4.อดิศักดิ์ ทิมมาตย์ ประธานแผนกคดีเยาวชนในศาลฎีกา มาแทน "ปัญญารัตน์ วิระยะวานิช" ที่พ้นจากองค์คณะคดียึดทรัพย์ เนื่องจากอายุ 60 ปี และย้ายไปเป็นผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์


อดิศักดิ์ยังเป็นหนึ่งในผู้พิจารณาคำร้องให้ดำเนินคดีอาญากับคณะกรรม การป.ป.ช.จาก ส.ส.พรรคเพื่อไทย กรณีชี้มูลคดีสลายม็อบพันธมิตร 7 ต.ค.50 โดยมิชอบ


5.พิทักษ์ คงจันทร์ ประธานแผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกา มาแทน "บุญรอด ตันประเสริฐ" ที่ขอลาออกเนื่องจากเสียงวิจารณ์กรณีมติคดีกล้ายางพารา "รั่ว" ซึ่งบุญรอดเป็นองค์คณะผู้พิพากษาคดีดังกล่าวอยู่ด้วย


6.ประทีป เฉลิมภัทรกุล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา เป็นหนึ่งในองค์คณะคดีออกกฎหมายแปลงค่าสัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิต ที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างจำหน่ายคดีชั่วคราว เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณไม่มาศาล


7.พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา


8.ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา


9.ไพโรจน์ วายุภาพ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา

_________________
คลิกเส้นทางไปหาเว็บ Http://RedCyberClub.Co.Cc


อ่านวิธีการดาวน์โหลดไฟล์จากเว็บฝากไฟล์ทั่วๆไป


dimistry
Admin

จำนวนข้อความ : 808
Join date : 18/09/2009
ที่อยู่ : France

ดูข้อมูลส่วนตัว http://http:redcyberclub.co.cc

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ข่าว 3 มีค 53

ตั้งหัวข้อ by dimistry on Wed Mar 03, 2010 8:36 pm

วันที่ 03 มีนาคม พ.ศ. 2553 เวลา 17:04:57 น. มติชนออนไลน์

"กรณ์"บอกถ้าตัวเองเป็นศาลจะยึดให้หมด7.6หมื่นล. ซัดหลักฐานมัด"แม้ว"ซุก หุ้นมาตลอด ไม่ยอมให้ขู่เอาคืน

"กรณ์"เปิดใจผ่านเฟซบุ๊คครั้งแรกหลังศาล สั่งยึดทรัพย์"แม้ว"4.6หมื่นล้านชมยุติธรรมแล้ว บอกถ้าเป็นตัวเองคงสั่งยึดทั้งหมด พิสูจน์แล้ว"แม้ว"ซุกหุ้นมาตลอด จำได้วันหอบหลักฐานฟ้องคตส.ถูกสาวกแดงด่าหยาบ "แก้วสรร"ถูกด่า"อ้ายหน้าหมา" ปูดสรรพากรแอบปล่อยข้อมูลให้ส.ส.ไทยรักไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 มี.ค. นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊คของตัวเอง ว่า "แด่เพื่อน facebook : เวลาผ่านไป 4 วันแล้วหลังจากคำพิพากษาคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ (ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี) ผมยังไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อใดแม้แต่คำเดียวเกี่ยวกับผลของคดีนี้ ส่วนหนึ่ง เพราะผมมีความรู้สึกว่าคนพูดเรื่องนี้เยอะแล้ว แต่ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเรื่องนี้ใกล้ตัวผมมากในฐานะเป็นคนหนึ่งที่ต่อสู้ เรื่องนี้มายาวนาน จึงมีความรู้สึกอยากให้ความคิดและอารมณ์ตกผลึกก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นออก มา



จนถึงวันนี้ความคิดเริ่มนิ่งแล้วแต่ก็ยังสลับซับซ้อนอยู่



ผมเองเข้ามาเกี่ยวข้องจริงๆ ก็ตอนที่ทักษิณขายหุ้นให้ Temasek ในเดือนมกราคม 2549 หนึ่งปีเต็มๆ หลังจากที่ผมเป็น ส.ส. ฝ่ายค้าน จำได้ว่าพฤติกรรมทั้งหมดของทักษิณ ชี้ให้เห็นว่าเขาเป็นเจ้าของที่แท้จริงและได้ "ซุก" หุ้นทั้งหมดไว้โดยตลอด เขาไปเจรจากับสิงค์โปรโดยอ้างว่าไปเที่ยว เขารีบแก้กฎหมายสัดส่วนการถือหุ้นโดยต่างชาติในบริษัทโทรคมนาคม เพื่อเขาจะได้ขายหุ้นได้ และเขาทำทุกอย่างเพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการเสียภาษีแม้แต่บาทเดียว


ช่วงนั้นผมทำสองอย่าง อย่างแรกคือผมได้วิเคราะห์ว่ามีหลักฐานที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลัก ทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(กลต.) ที่ชี้ให้เห็นว่าเขาแอบถือหุ้น Shin อยู่ที่บัญชีสิงค์โปรในธนาคาร UBS และอย่างที่สองผมได้ไปร้องเรียนกับอธิบดีกรมสรรพากร ณ ขณะนั้นว่าการซื้อมาขายไปโดยลูกของทักษิณทั้งสองคนเป็นนิติกรรมที่ควรต้องมี ภาระภาษีให้แผ่นดิน


ผมจำได้ว่าความร่วมมือโดยหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบได้มาด้วยความ ยากเย็น ซ้ำแล้วยังมีความพยายามขุดคุ้ยว่าผมเคยมี พฤติกรรมอันใดในสมัยที่ผมยังอยู่ในวงการหุ้นที่จะเป็นจุดอ่อน ที่จะให้กับฝ่ายตรงข้ามหรือไม่และเจ้าหน้าที่สรรพากรเองก็แอบปล่อยประวัติ ภาษีผม (ซึ่งเป็นความลับส่วนตัว) ให้กับ ส.ส.ไทยรักไทย ก็โชคดีที่ผมไม่เคยทำอะไรไว้ให้ตัวเองมีแผล แต่ญาติในตระกูลเกือบทุกคนโดนข่มขู่หมดในระยะนั้น


วันนี้สิ่งที่ผมคิด คือ ถ้าไม่มีการปฏิวัติในปี ‘49 และไม่มี คตส. (คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ) เราจะเห็นความยุติธรรมปรากฏในคดีนี้หรือไม่?



พอมี คตส. ผมก็หอบข้อมูลทั้งหมดไปให้เขาและเข้าไปช่วยวิเคราะห์ ข้อมูลเหล่านั้น รวมทั้งอธิบายชี้แจงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับหุ้นและการซื้อขายหุ้น ซึ่งค่อนข้างซับซ้อนและเข้าใจยาก ผมจำได้ว่าวันที่ผมเดินเข้าไปที่ คตส. ซึ่งยืมสำนักงานของ สตง. อยู่ชั่วคราวมีกลุ่มกองเชียร์ทักษิณ (สมัยนั้นยังไม่ใส่เสื้อแดง) มารออยู่กันเต็มและตะโกนด่าว่าผมหยาบคาย วันนั้นคุณแก้วสรร อติโพธิ ซึ่งเป็นคน คตส. คนหนึ่งและเป็นคนที่รับผิดชอบเรื่อง "ซุกหุ้น" โดยตรง เดินเข้าไปในเวลาไล่เลี่ยกันและโดนด่าทอรุนแรง ว่า "อ้ายหน้าหมา"



วันนี้ หัวใจของคดีนี้ คือการพิสูจน์ว่า ทักษิณ ซุกหุ้นจริง หลังจากนั้นจึงเป็นการพิสูจน์ว่าเข้าเอื้อต่อหุ้นที่เขาซุกอยู่ด้วย คำพิพากษาของ ศาลฎีกา สรุป โดยเอกฉันท์ว่าซุกหุ้นจริง


ผมนึกย้อนกลับไปช่วงปี ‘49 นั้นทักษิณ อ้อ (คุณหญิงพจมาน ดามาพงษ์ อดีตภริยาพ.ต.ท.ทักษิณ) โอ๊ค(พานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายพ.ต.ท.ทักษิณ) เอม(แพทองธาร บุตรสาวพ.ต.ท.ทักษิณ) ทุกคนออกมาโกหก ครั้งแล้วครั้งเล่าว่าไม่ได้ซุก แต่สุดท้ายก็ต้องจำนนต่อหลักฐาน


แต่ย้อนกลับมาที่ประเด็นสำคัญคือถ้าไม่ปฏิวัติจะได้เห็นคำพิพากษานี้ ไหม และทำไม สังคมไทยจึงกลับไม่สามารถ มีความยุติธรรมได้โดยไม่ต้องอาศัยอำนาจเผด็จการ แสดงว่าบางครั้งเผด็จการให้ความสำคัญกับความถูกต้องมากกว่า ระบอบประชาธิปไตยหรือ?


ก็คงเป็นเพราะคนไทยจำนวนมาก จริงๆ แล้วไม่ให้ความสำคัญกับความถูกต้อง ขอให้ค้าขายได้ อยู่ดีกินดี ใครจะทำอะไรก็ช่าง แล้วความคิดเช่นนี้ผิดหรือ? ใครๆ ก็รู้ว่าความถูกต้องหรือความยุติธรรมเป็นสิ่งที่กินไม่ได้ จับต้องไม่ได้ หรือเป็นเพราะคนที่มีอันจะกินเท่านั้นที่มีเวลามาคิดเรื่องความยุติธรรม ในขณะที่คนจนเขาต้องปากกัดตีนถีบเพื่อเลี้ยงดูครอบครัวและไม่มีเวล่ำเวลามา คิดมากับเรื่องราวเหล่านี้


และเมื่อคนส่วนใหญ่ยังยากจน และเสียงส่วนใหญ่เป็นเสียงสวรรค์ในระบอบประชาธิปไตย คำตอบสุดท้ายจึงเป็นเช่นนี้ ก็คือเป็นว่า "เราไม่แคร์"


ก็อาจจะเป็นเช่นนั้น แต่ก็อีกหล่ะครับ คนที่ "ไม่แคร์" มีตั้งเยอะที่เป็นพ่อค้าและคนร่ำรวย เอาเข้าจริงทุกคนก็จะพูดว่าต้องการเห็นความถูกต้อง แต่น้อยคนที่พร้อมจะเสียสละโอกาสของตนเอง เพื่อความถูกต้อง


ถ้าทุกคนทำตามหน้าที่ ความยุติธรรมก็จะปรากฏเสมอโดยไม่ต้องมีคนมายัดเยียดให้กับเรา ด้วยการปฏิวัติหรืออื่นๆ เราทำเองได้ แต่เราไม่ทำ


บทเรียนนี้ ผมว่าเป็นบทเรียนสำคัญจากคดีนี้ครับ


สุดท้ายแล้ว สี่วันผ่านไป ผมมีความรู้สึกมากขึ้นทุกๆวัน ว่าศาลยุติธรรมจริง


ถ้าเป็นผม ผมคงยึดหมดทั้ง 76,000 ล้านบาทแล้วครับ เพราะผมคิดง่ายๆ มาตลอดว่า ถ้าเพียงยึด "ส่วนเกิน" ก็หมายความว่า ทักษิณโกงแล้ว"เท่าทุน" แต่ข้อเท็จจริงก็คือหน่วยงานต่างๆ ที่เสียหายจากการทุจริตของทักษิณยังมีหน้าที่ ต้องฟ้องร้อง เรียกร้องความเสียหายอีกหลายหน่วยงาน ของคลังก็มีครับ คือ ธนาคาร EXIM ที่โดนบังคับให้ปล่อยกู้ราคาถูกให้รัฐบาลพม่าเอาเงินไปซื้อของจากบริษัทของ ทักษิณ และผมรู้ล่วงหน้าเลยครับ ว่าจะต้องมีคนกลุ่มหนึ่งและน่าจะเป็นกลุ่มใหญ่ด้วย ที่จะต้องคิดและรู้สึกว่าทำไมยังไปจองล้างจองผลาญอีก พอแล้วได้ไหม สมานฉันท์กันได้หรือยัง


เหมือนยังไม่ยอมรับถึง"หน้าที่" และยังเอาอารมณ์เป็นที่ตั้ง


ส่วนตัวผมทำหน้าที่ต่อไปแน่นอนครับ และ ผมยอมรับ เลยว่าเหตุผลส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะทักษิณยังไม่สำนึกในความผิดที่ตนเองได้ทำ ไป ยังไม่ยอมรับถึงความเสียหายที่ได้ทำไว้กับประเทศชาติ และที่สำคัญยังไม่ยอมรับว่าทั้งหมดนั้นเขาทำตัวเขาเอง แต่ยังกลับคิดว่าตนเป็นผู้ถูกกระทำ และเมื่อเขายังขู่อยู่ว่าจะสู้ต่อไปจะเอาคืนกับทุกอย่าง ผมก็ต้องขอบอกครับว่าผมคนหนึ่งก็จะไม่ยอม และไม่ใช่เพราะผมไม่ชอบทักษิณอย่างเดียว แต่เป็นเพราะผมเป็น ส.ส. ผมเป็นรมต.คลังและผมมีหน้าที่ที่ต้องทำ


และที่สำคัญประสบการณ์ 4-5 ปี ที่ผ่านมาที่ต่อสู้เรื่องนี้มาทำให้ผมรู้ด้วยครับว่า เราไม่มีสิทธิ และไม่สามารถ และไม่ควร ปล่อยให้เป็นภาระหน้าที่ของคนอื่น


ผมเขียนมายาวมากแล้ว จริงๆก็คือเขียนให้กับตัวเองไปด้วยครับ และอยากจะบอกว่าสุดท้ายแล้วผมไม่ได้รู้สึกดีกับคำพิพากษา เลย ไม่ใช่เพราะผมไม่เห็นด้วย อย่างที่ว่าผมคิดว่าเป็นคำพิพากษาที่อมตะมากและผมเคารพและน้อมรับด้วยความ รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่น่าเคารพอย่างมาก


แต่ผมเศร้าซึมเล็กๆ เพราะผมไม่แน่ใจว่าพวกเราชาวไทยได้เรียนรู้ในเชิงลึกจากเรื่องราวทั้งหมดนี้ หรือไม่ จริงๆแล้วเราให้ความสำคัญกับความยุติธรรมและความถูกต้องแค่ไหน และเราพร้อมจะเสียสละเพื่อช่วยกันรักษาความถูกต้องในสังคมหรือไม่


ผมคิดเองตอบเองได้ครับ แต่ไม่ค่อยชอบคำตอบเท่าไรนัก แต่ยังไงก็ไม่ท้อครับ

_________________
คลิกเส้นทางไปหาเว็บ Http://RedCyberClub.Co.Cc


อ่านวิธีการดาวน์โหลดไฟล์จากเว็บฝากไฟล์ทั่วๆไป


dimistry
Admin

จำนวนข้อความ : 808
Join date : 18/09/2009
ที่อยู่ : France

ดูข้อมูลส่วนตัว http://http:redcyberclub.co.cc

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ