อวสานโทรเลข

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

อวสานโทรเลข

ตั้งหัวข้อ by Coucou on Wed Oct 07, 2009 8:37 pm


กรมพระยภาณุพันธุ์วงศ์วรเดช อธิบดีกรมไปรษณีย์และกรมโทรเลขคนแรก

วันที่ 30 เมษายน 2551 ที่ผ่านมานี้ เป็นการปิดฉากหน้าประวัติศาสตร์อันยาวนานของ โทรเลข ที่อยู่คู่คนไทยมา 133 ปี ตั้งแต่สมัยล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ต่อแต่นี้ไป คำว่าโทรเลขจะเหลือเพียง "ตำนานโทรเลขไทย" ให้คนรุ่นหลังไว้จดจำเท่านั้น หลังจากที่พ้นยุครุ่งเรืองชนิดที่ว่า คนรุ่นก่อนหรือ ผู้ใหญ่รุ่นปัจจุบัน ไม่มีใครเลยที่ไม่เคยรู้จัก "โทรเลข"


แต่ใครเลขจะคาดคิดล่ะว่า...ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป และความเจริญก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้งของโทรศัพท์มือถือ ไม่ว่าจะเป็นพูดกันสดๆ หรือ SMS รวมถึง อีเมลสาพัดชนิด ทั้งนี้ ต้องขอบคุณ อดีตนายกฯ พันตำรวจโท ด๊อกเตอร์ ทักษิณ ชินวัตร ที่เปิดโอกาสให้คนไทยได้มีเทคโนโลยีดีๆใช้ เหมือนต่างประเทศบ้าง อย่างไรก็ดีระบบทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมดนี้ ได้ทำลายระบบโทรเลขอย่างราบคาบ

3 ปีมาแล้ว แทบไม่มีใครใช้บริการโทรเลขกันเลย บางกระแสก็ว่ามียอดใช้เพียง 100 ฉบับต่อเดือนทั่วประเทศ คิดเป็นเงินเพียง 4-5 พันบาทเท่านั้น เมื่อเป็นนี้ กรมไปรษณีย์เองก็ไม่สามารถแบกรับภาระขาดทุนต่อไปได้ เลจต้องประกาศยกเลิกบริการ "โทรเลข" โดยให้วันที่ 30 เมษายน ปี 2551 เป็นวันสุดท้ายที่จะรับส่งโทรเลขถึงกันจนเวลาสองทุ่ม ก่อนจะปิดฉากอำลาไปอย่างสุดแสนอาลัย ซึ่งก็มีคนไทยจำนวนมากมายแห่ไปใช้บริการกันอย่างเนืองแน่น ส่วนใหญ่จะเป็นการสน่งโทรเลขให้ตัวเองเพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึก โดยวันนั้นทุกที่ทำการไปรษณีย์ลดราคาให้เป็นพิเศษ คือส่งไม่ 50 คำแรก คิดค่าบริการโทรเลขเพียง 30 บาท ราคาเดียวเท่านั้นทั่วราชอาณาจักร

"โทรเลข" ใช้รหัสมอร์ส คือ การเคาะแป้นจากเครื่องส่งเป็นจังหวะไปยังเครื่องรับปลายทาง แล้วจะแปลผลออกมาเป็นตัวอักษร เพื่อสะกดคำอีกทีก่อนส่งเป็ํนตัวหนังสือไปยังผู้รับตามที่อยู่ที่ระบุไ้ว้

(การส่งโทรเลขสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง)

การส่งโทรเลขจะเร็วกว่าการส่งจดหมายมาก เพราะทันที่เคาะสัญญาณจากต้นทางปุ๊บ.. ผ่านเสาโทรเลขสูงปรี๊ดปั๊บ ที่ทำการไปรษณีย์ปลายทางก็จะได้รับสัญญาณในทันที หลังจากนั้นก็จะใช้เวลาในการจัดส่งไปถึงผู้รับอีกไม่นาน ซึ่งไม่ควรจะเกินวันเดียว หรือ สองวัน
แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพภูมิประเทศของผู้รับปลายทางว่าจะไปส่งสะดวกไหม ต้องข้ามภูเขาไปกี่ลูก ข้ามน้ำ ข้ามทะเล ลงเรือ ไปเกาะ หรือขี่ช้าง ต่อม้า ลา ตามด้วยเกวียนไปอีกนานแค่ไหน บุรุษไปรษณีย์ไทยก็ไม่ย่นย่อ บากบั่นไปเพื่อนจะส่งโทรเลขให้ได้ จะเผชิญหมากัด ความขวิดก็ไม่ย่นระยอ เพราะอย่างที่รู้ๆ กันอยู่ว่าคนจะส่งโทรเลขมาก็ด้วยมีเหตุผลจำเป็นจริงๆ คงไม่มี่ใครส่งโทรเลขกันพร่ำเพรื่อหรอก ต้องมีเหตุฉุกเฉินเร่งด่วน หรือจะพูดกันให้ชัดคือ "ข่าวร้าย" นั่นแหละ
ดังนั้น "โทรเลข" จึงเหมือนเป็นตัวแทนของข่าวร้าย ถึงแม้จะไม่ใช่ทั้่งหมดแต่ส่วนหนึ่งมักจะเป็นข่าวร้ายประเภทที่ว่า ถ้าไม่ตายก็ป่วนหนัก คนก็เลยพาลเหมาไปว่า
โทรเลข คือ ข่าวร้าย
พอบุรุษไปรษณีย์ยื่นซองโทรเลขให้เซ้นรับปุ๊บ บางคนถึงกับเป็นลมล้มตึงหงายท้อง น๊อกไปเลยก็มี

เนื่องจากโทรเลขมีการคิดค่าบริการส่งโทรเลขเป็นคำ ดังนั้นผู้ส่งจึงต้องใช้คำ หรือประโยคที่สั้นที่สุดเพื่อเป็นการประหยัดค่าโทรเลข คำหรือประโยคที่ว่านั้นนอกจากจะสั้นแล้วย้งต้องได้ใจความอีกด้วย ก็เลยมักจะพบเจอกับปัญหาต่างๆ จากการส่งโทรเลขอยู่เป็นประจำ เช่น เพื่อนคนหนึ่งชื่อ "สมชาย" ส่งโทรเลขถึง "สนนึก" เพื่อนรัก มีใจความว่า
"กลับบ้านด่วน พ่อตาย ศพอยู่วัดจันทร์
...สมชาย"

พอเพื่อนได้รับก็ช็อกสลบไปในทันที พอฟื้นก็ตาลีตาเหลือกเดินทางกลับบ้านเกิดที่จังหวัดทางใต้ นั่งร้องห่มร้องให้ กระชิกๆ ไปตลอดทาง ปรากฏว่าคนที่ตายคือพ่อของอีตาสมชาย คนส่งโทรเลขซึ่งเป็นเพื่อนของนายสมนึก ไม่ใช่พ่อของนายสมนึกสักหน่อย แต่เนื้องจากจะประหยัดเงินค่าคำ เวลาไปส่งโทรเลข.. ก็เลยเกิดการแปลความคิดผิดอย่างที่เกิดขึ้น
คราวหนึ่งมีโทรเลขจากร้านขยายรูป ในตัวเมืองเชียงใหม่ ส่งถึง น.ส.อึ่ง ความว่า

"ตอบด่วน รูปถ่ายจะเอาเหมือนหรือเอาสวย ถ้าเอาสาวไม่เหมือน ถ้าเอาเหมือนไม่สวย
.....ช้างคลานโพโต้"


อย่างนี้ก็มีด้วย ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่า น.ส.อึ้ง จะเลือกเอาแบบไหน แต่เดาเอาว่าเธอคงเลือกเอา "สวย" แหะ แหะ

พ่อแม่หลายคนส่งลูกหลานไปเรียนมหาวิทยาลัยที่ต่างจังหวัด โดยพ่อแม่คอยส่งเงินไปให้ลูกทางธนาณัติเป็นระยะๆ นอกจากจะมีเหตุจำเป็นที่ต้องใช้เงินนอกเหนือจากที่เคยขอมาจึงจะโทรเลขมาบอกเพื่อให้พ่อแม่ส่งเงินเพิ่มมาให้ทันเวลา ลูบางคนจึงมักจะส่งโทรเลขมาเตือนเมื่อใกล้ถึงเวลาลงทะเบียน เื่พื่อกันพ่อแม่ลืม โดยเขียนความชี้แจงรายละเอียดว่า
"ส่งเงินด่วน ค่าเทอม 6 พัน ค่าหอ 2 พัน รายเดือน 3 พัน ชุดฟอร์ม 500 ซักรีด 900 อาหาร 2500 ตำรา 6 พัน"
พอผ่านไปสัก 2-3 เทมอ ลูกขึ้เกรียจอธิบายมากก็เลยลดจำนวนคำลง ส่งโทรเลขไปเพียงว่า่
"ทุกอย่างเหมือนเดิม ขอเพิ่มอีก 2 พัน"
เป็นงั้นไป ฮิฮิ

ในช่วงวันเกิด หรือวันแห่งความรักก็มักจะมีข้อความหวานแหววส่งไปถึงหวานใจกันจนเป็นแฟชั่น ข้อความก็มักจะออกในลักษณะ
"ที่นี่หนาวมาก อย่าลืมห่มผ้าล่ะ"
ทีตัวเองไม่ยักจะห่ม จะไปรู้ได้ยังไง อีกฝ่ายอาจร้อนตับแลบอยู่ก็ได้
"รักมากจ๊ะ นอนหลับฝันดี"
ไม่ยอมแช่งให้ฝันร้ายบ้างเลย
"กำลังเก็บเงินอยู่ ปีหน้าจะมาขอ"
ที่จริงอาจยังแบมือขอเงินแม่ใช้อยู่ก็เป็นได้
"ลอยกระธงนี้ พี่มาแน่"
สาวไม่รู้ว่ายังติดคุกอยู่หลายกระทง หรือ
"ผัวเผลอแล้วเจอกันนะ"
เฮ้ย



มีชายหนุ่มคนหนึ่ง โทรเลขหาเมียสาวที่ไปทำงานอยู่ต่างจังหวัด นานๆจะได้ได้กลับบ้านสักทีหนึ่งก็เพียง 3-4 วันในช่วงสงการนต์ ซึ่งอีกไม่ถึงสัปดาห์ก็จะสงกรานต์แล้ว การเดินทางยากลำบากเพราะระยะทางไกลมาก แถมทุรกันดารสุดๆ เสียเวลาและค่าใช้จ่ายทั้งค่ารถไฟ รถเมบ์ รถสองแถวในการเดินทางไม่ใช่น้อย พอใกล้วันเดินทาง ฝ่ายเมียสาวได้รับโทรเลขจากผัวหนุ่มความว่า
"ถ้ามาไม่ต้องมา ถ้าไม่มาให้มา"
พนักงานไปรษณีย์ได้รับเข้าก็งงเป็นไก่ตาแตก แต่ที่แท้จริงเป็นเรื่องที่เขารู้กันเอง ระหว่างผัวเมีย เกี่ยวกับเรื่องอย่างว่า หมายถึงว่า ถ้าประจำเดือนของไม่มาก็ให้รีบมาโดยเร็ว แต่ถ้าประจำเดือนของเมียดันมาพอดี.. ก็ไม่ต้องกลับมาหาที่บ้านหรอก เพราะนอกจากจะเสียเวลา เสียเงินเสียทองแล้ว ยังไม่ได้จู๋จี๋ดู๋ดี๋กันอีก พลอยให้ต้องมาทนแห้ว นั่งมองเหงือกแห้งแล้วแห้งอีก เพราะฉะนั้นอย่าให้เมียกลับมาทรมานผัวให้น้ำลายหกเสียเลยดีกว่า
เป็นซะอย่างงั้นไป

องค์นางหนึ่งแห่งสมาคมคานทอง ไปฮันนีมูนกับเจ้าบ่าวทันที ในคืนส่งตัวเข้าหอที่ริมทะเลภูเก็ต เพื่อนฝูงกำลัดให้โทรเลขรายงานผลมาด่วนจี๋ ความที่คุณเธอมีนิสัยขี้เหนียว แสนเค็มเต็มกำลัง ไม่อยากจ่ายมาก บรรดาเพื่อนทึนทีึกกลุ่มใหญ่ จึงได้รับโทรเลขจากแม่องค์นางนั้น โดยมีคำบรรยายสรรพคุณฝ่ายชายมาสั้นๆ เพียงว่า
"อวบ เอียง.. อึ๊บอึด"
..ก็เชิญแปลความกันตามอัธยาศัย และจินตนาการเอาเองเถอะค่ะ

มีสาวรุ่นนางหนึ่งอยากจะซื้อลูกลิงไว้เลี้ยงเล่นเป็นเพื่อนคลายเหงา แต่จะอ้อนขอเงินพ่อที่อยุ่ต่างจังหวัดตรงๆ ก็ไม่กล้า เพราะพ่อของเธอไม่ชอบให้เลี้ยงสัตว์ใดๆ เลย เนื่องจากเป็นลูกสาวคนเดียวที่พ่อสุดหวง กลัวจะมีรอยขีดรอยข่วนให้ชอกช้ำผิดขาวๆ ขนาดเอาลูกหมาลูกแมวมาเลี้ยงยังด่าเป็นเดือนๆ แล้วไล่ให้เอาไปปล่อย แล้วนี่เป็น "ลูกลิงแสมจอมซน" ด้วย พ่อคงด่าเปิดเปิงแน่ๆ
คิดแล้วก็ตัดสินใจว่าจะอ้างเหตุผลหลอกพ่อ ขอเงินมาซื้อของใช้จำเป็น คือ "รถจักรยาน" ดีกว่า เพราะระยะทางจากหอพักหญิงไปมหาวิทยาลัยก็ไกลพอดู พ่อต้องเห็นใจและอนุญาตแน่ๆ ว่าก็โทรเลขไปว่า
"พ่อจ๋า ขอเงินสองพันพ้าด่วน ซื้อจักรยานขี่ไปมหา'ลัย"
หลังจากนั้นแค่ไม่กี่วัน พ่อก็ส่งเงินมาให้ตามคำขอพร้อมกับโทรเลขกำชับมาด้วยว่า
"ขี่ระวังๆ นะ อย่างออกถนนใหญ่ อย่าขี่โลดโผน"
เวลาผ่านไปหลายเดือน เด็กสาวก็ได้เจ้าจ๋อมาเลี้ยงสมใจ แถมให้ชื่อมันว่า "หอย" เด็กสาวทั้ง เอ็นดู และประคบประหงมมันอย่างดีจนมันอ้วนท้วนสมบูรณ์ น่ารักและขี้เล่น จนอยู่มาวันหนึ่ง เจ้าลิงสุดที่รักของแม่หนูเกิดติดเชื้่อขี้เรื้อนมาจากหมาจรจัดที่วิ่งเล่นอยู่ในหอพัก แม่หนูต้องรีบพาไปหาสัตวแพทย์เพื่อรักษา ได้ทั้งยากิน ยาทามาแต่อาการไม่ดีขึ้น สัตวแพทย์บอกว่าต้องฉีดยาและใช้สบู่ยาฟอกตัวร่วมกับทายาชนิดพิเศษซึ่งราคาแพงมาก
ร้อนถึงแม่หนูซึ่งเงินหมดพอดีต้องรีบโทรเลขไปขอเงินพ่อด่วน โดยลืมเรื่องที่เคยหลอกขอเงินพ่อไปซื้อของอย่างอื่นแล้ว ดันเอาไปซื้อลูกลิงแทนเสียสนิท
"พ่อส่งเงินมาด่วนที่สุด นังหอยหนูคันคะเยอะจนขนจะร่วงโกร๋นหมดแล้ว"
พ่อตาเหลือกรีบส่งโทรเลขกลับไปด่วนที่สุด
"รีบขายไอ้จักรยานบ้านั้นเดี๋ยวนี้ แม่รีบขึ้นไปดูด่วนแล้ว หมั่นถ่างขาไว้ อย่าให้อบ จะคันยังไง ห้ามเกาเด็ดขาด..เป็นห่วงมาก
......จากพ่อ"
:lol:

Coucou
ผู้มาเยือน


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: อวสานโทรเลข

ตั้งหัวข้อ by dimistry on Thu Oct 08, 2009 7:15 pm

ชอบเรื่่่องสุดท้ายนี่แหละ นังหอยคันจนขนล่วง ฮิฮิ

_________________
คลิกเส้นทางไปหาเว็บ Http://RedCyberClub.Co.Cc


อ่านวิธีการดาวน์โหลดไฟล์จากเว็บฝากไฟล์ทั่วๆไป


dimistry
Admin

จำนวนข้อความ : 808
Join date : 18/09/2009
ที่อยู่ : France

ดูข้อมูลส่วนตัว http://http:redcyberclub.co.cc

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ