**ข่าวเกี่ยวกับ อดีตนายกฯ ทักษิณ...

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

**ข่าวเกี่ยวกับ อดีตนายกฯ ทักษิณ...

ตั้งหัวข้อ by RED LETTER on Thu Jun 17, 2010 12:59 am

ทนายทักษิณ อัดไทยละเมิดUN ยันต้องหาคนผิด

[img] http://hilight.kapook.com/img_cms2/news/226689[0].jpg [/img]
"โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม"ทนายทักษิณออกโรงจวกทางการไทยอีกระลอก ระบุรัฐบาลอภิสิทธิ์หลีกเลี่ยงการสอบสวนหาตัวผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของกลุ่มผู้ประท้วงในกรุงเทพฯ ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวถือเป็นการละเมิดพันธกรณีทางกฎหมายที่ไทยเคยทำไว้กับสหประชาชาติ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ว่า โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความชื่อดังชาวแคนาดาซึ่งรับเป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายให้กับ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยและกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้ออกโรงโจมตีรัฐบาลไทยภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะอีกระลอกแล้ว โดยคราวนี้อัมสเตอร์ดัมได้ยกเอา "มติองค์การสหประชาชาติ" ที่มีข้อกำหนดชัดเจนให้รัฐบาลของประเทศสมาชิกทุกรายรวมถึงไทย "มีหน้าที่โดยตรง" ในอันที่จะต้องสอบสวนหา "ผู้รับผิด"จากเหตุสังหารหมู่ทางการเมืองภายในประเทศตัวเอง

อัมสเตอร์ดัมกล่าวผ่านเว็บไซต์ส่วนตัวโดยระบุว่า รัฐบาลอภิสิทธิ์กำลังปกปิด "ความจริงบางประการ" เนื่องจากข้อเท็จจริงจากเหตุรุนแรงทางการเมืองในกรุงเทพฯช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคมที่ผ่านมานั้นดูจะสวนทางกับ "คำมั่นสัญญาอันว่างเปล่า"และ "วาทศิลป์ชวนเชื่อ" ที่รัฐบาลไทยพยายามแสดงออกมาไม่เว้นแต่ละวันในระยะนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่มีความชัดเจนออกมาแล้วว่า คณะกรรมการอิสระของไทยที่นำโดย "คณิต ณ นคร" ยืนยันจะไม่มีการสอบสวนหาตัวผู้รับผิดชอบต่อการที่มีผู้เสียชีวิตเกือบ 90 รายจากเหตุรุนแรงในกรุงเทพฯ และจะไม่มีการสอบสวนในประเด็นการเอาผิดกับผู้ที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บล้มตายดังกล่าวโดยเด็ดขาด แต่จะพุ่งเป้าการทำงานไปที่การนำเสนอข้อเท็จจริงและให้บทเรียนเพื่อสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างฝ่ายต่างๆในสังคมไทยเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

ทนายความชื่อดัง ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งสำนักงานกฎหมายระดับโลก "อัมสเตอร์ดัม แอนด์ พีร็อฟฟ์" ตั้งข้อสังเกตว่า หากคณะกรรมการอิสระชุดดังกล่าวมีเป้าหมายที่ต้องการหลีกเลี่ยงการสอบสวนหาตัวคนที่เข่นฆ่า "ผู้บริสุทธิ์" มารับโทษจริง คณะกรรมการชุดดังกล่าวก็คงมีสถานะเป็นเพียงผู้ที่เข้ามา "ไกล่เกลี่ย"เหตุทะเลาะวิวาทธรรมดาเท่านั้น ไม่สมควรเรียกตัวเองว่าเป็น "คณะกรรมการสอบสวน" แต่อย่างใด

อัมสเตอร์ดัม วัย 54 ปีระบุว่า จาก "การตรวจสอบโดยละเอียด"ของเขาพบว่า มีหลักฐานชัดเจนว่าไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีพันธกรณีทางกฎหมายผูกพันต่อหน่วยงานขององค์การสหประชาชาติที่ชื่อ "UN International Covenant on Civil and Political Rights " หรือ "ICCPR" ตาม "มติที่ 60/147 ของสหประชาชาติ" ซึ่งกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่ารัฐบาลของทุกประเทศรวมทั้งไทยมี "หน้าที่โดยตรง" ในการที่จะต้องสอบสวนหาความจริงที่เกี่ยวข้องกับเหตุสังหารหมู่ทางการเมืองโดยฝีมือของกองกำลังที่มีอาวุธไม่ว่าจะเป็นกำลังของทหารหรือตำรวจในประเทศของตน นอกจากนั้น รัฐบาลของประเทศสมาชิกยังจะต้องจัดให้มีการสอบสวนอย่างจริงจังและ "ไม่เลือกปฏิบัติ" เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติด้วยเช่นกัน

ทนายความซึ่งสำเร็จการศึกษาด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยควีนส์ในแคนาดารายนี้ยังเปิดเผยด้วยว่า หากรัฐบาลของอภิสิทธิ์ไม่ดำเนินการสอบสวนการเสียชีวิตของผู้คนจำนวนมากจากเหตุรุนแรงในช่วงที่ผ่านมาก็เท่ากับว่ารัฐบาลไทยภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี วัย 45 ปีรายนี้กำลัง "ละเมิดพันธกรณีทางกฎหมาย" ที่ประเทศของตัวเองเคยทำไว้กับองค์การสหประชาชาติ

ในตอนท้ายของบทความชิ้นล่าสุดนี้ อัมสเตอร์ดัมยังประณามรัฐบาลไทยว่าไม่มีความต้องการที่จะสร้างความปรองดองหรือเกิดการไกล่เกลี่ยอย่างแท้จริงในประเทศ เพราะจนถึงขณะนี้ รัฐบาลไทยก็ยังคงเรียกขานกลุ่มผู้ประท้วงที่มีความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างไปจากตนว่าเป็น "ผู้ก่อการร้าย" อยู่เช่นเดิม รวมถึง การที่ทางการไทยกำลังมีพฤติกรรมละเมิดพันธกรณีทางกฎหมายตามมติที่ 60/147 ของยูเอ็นอย่างโจ่งแจ้งเช่นกัน.

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/oversea/89969

_________________
คลิกเพื่อกลับไปหน้าแรก ของ Website RedCyberClub
www.redcyberclub.co.cc

RED LETTER

จำนวนข้อความ : 266
Join date : 24/09/2009

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

จี้มาร์คเปิดทาง นานาชาติ สอบเหตุรุนแรง

ตั้งหัวข้อ by RED LETTER on Thu Jun 17, 2010 1:08 am

"รอเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม"ออกโรงโจมตีรัฐบาล ชี้ไร้ความน่าเชื่อถือกรณีตั้งกรรมการอิสระสอบสวนเหตุรุนแรง ระบุต้องเปิดทางให้นานาชาติเข้ามาสอบสวนสถานเดียวเท่านั้น ขณะที่เอเชียไทม์สระบุศอฉ.กำลังกลายเป็นรัฐบาลเงา..

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า"รอเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม"ทนายความชื่อดังสัญชาติแคนาดา วัย 54 ปี เจ้าของสำนักงานกฎหมายระดับโลก อัมสเตอร์ดัม แอนด์ พีร็อฟฟ์ ได้ออกมาโจมตีรัฐบาลไทยภายใต้การนำของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ว่า ขาดความน่าเชื่อถือ และไม่มีความเหมาะสมที่จะทำหน้าที่เป็นตัวตั้งตัวตีในการสอบสวนเหตุการณ์สังหารกลุ่มผู้ประท้วงทางการเมืองในกรุงเทพฯ ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 90 ราย ในช่วงที่ผ่านมาซึ่งส่วนใหญ่เป็นพลเรือน

บทความชิ้นล่าสุดซึ่งจัดทำขึ้นที่กรุงปารีสของฝรั่งเศส และมีการเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ส่วนตัวของทนายความรายนี้โจมตีว่า คณะกรรมการที่ทางการไทยเป็นผู้ตั้งขึ้น เพื่อให้เข้ามาสอบสวนเหตุรุนแรงทางการเมืองในกรุงเทพฯ ระหว่างเดือนมี.ค.-พ.ค.ถือเป็นคณะกรรมการที่ขาดความชอบธรรม ไม่เป็นกลาง และไม่ได้มีอิสระในการทำงานอย่างแท้จริง

โดยอัมสเตอร์ดัม ซึ่งได้ประกาศตัวอย่างชัดเจนว่า จะขอทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย และกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ยังชี้ว่าในความเป็นจริงแล้ว รัฐบาลอภิสิทธิ์ไม่สมควรเข้ามาเกี่ยวข้องกับกระบวนการสอบสวนอิสระดังกล่าวเสียด้วยซ้ำ เพราะในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลชุดนี้ของไทยได้ ตราหน้ากลุ่มคนเสื้อแดงว่า เป็นผู้ก่อการร้ายมาโดยตลอด และรัฐบาลอภิสิทธิ์ ก็ยังคงควบคุมตัวกลุ่มผู้ประท้วงเอาไว้มากกว่า 400 คนในขณะนี้ โดยยังไม่ได้มีการตั้งข้อหาและไม่มีการพิจารณาคดีตามกระบวนการทางกฎหมาย

อัมสเตอร์ดัม ยืนยันว่า ผู้ที่มีความเหมาะสมที่สุดที่จะเข้ามาสอบสวนหาความจริงเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในไทยในช่วงที่ผ่านมานั้นจะต้องเป็นคณะกรรมาธิการอิสระจากนานาชาติสถานเดียวเท่านั้น ไม่ใช่หน้าที่ของรัฐบาลอภิสิทธิ์แต่อย่างใด

ในเว็บไซต์ของอัมสเตอร์ดัมยังมีการเผยแพร่ความเห็นของ "Human Rights Watch" องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนระดับโลกซึ่งมีฐานอยู่ที่มหานครนิวยอร์กของสหรัฐฯ ที่ออกมาระบุว่า แม้ท่าทีของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ในช่วงไม่กี่วันมานี้ ดูเหมือนจะมีภาพของความพยายามให้เกิดความปรองดอง ด้วยการเสนอแผนสมานฉันท์ 5 ประการ แต่ลึกๆแล้วดูเหมือนนายกรัฐมนตรีของไทย จะต้องการให้เกิดการเผชิญหน้ามากกว่า สังเกตได้จากการตัดสินใจประกาศแต่งตั้ง "คณิต ณ นคร" เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้น ซึ่งทางฮิวแมน ไรต์ส ว็อตช์ระบุว่า " การไต่สวนแบบข้างเดียว"ของทางการไทยเช่นนี้จะเป็นตัวทำลายความพยายามของทุกฝ่ายที่กำลังมองหาทางออกให้กับปัญหาทางการเมืองของประเทศ

ขณะเดียวกันเว็บไซต์ของอัมสเตอร์ดัมยังมีการนำเสนอความเห็นของ"ชอว์น ดับเบิลยู.คริสพิน"บรรณาธิการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ"Asia Times"ที่ออกมาระบุว่าประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ "ยุคใหม่ของเผด็จการทหาร"ที่รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ต้องมีการมอบ"อำนาจพิเศษที่เกินกว่าปกติ"ให้กับหน่วยงานด้านความมั่นคงของประเทศซึ่งก็คือทหารให้เข้ามามีบทบาทในการจับกุมคุมขังผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลโดยไม่มีการพิจารณาคดี รวมถึง ยังปล่อยให้ทหารเข้าไปมีบทบาทในการเซ็นเซอร์สื่อ และห้ามการชุมนุมทางการเมือง

ในตอนท้าย คริสพินยังลงความเห็นว่า ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ศอฉ.ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทางการไทยตั้งขึ้นมาเพื่อจัดการกับกลุ่มคนเสื้อแดงโดยเฉพาะนั้น ดูจะมีบทบาทมากขึ้นทุกขณะจนเปรียบได้กับเป็น " รัฐบาลเงา" ของรัฐบาลผสมของนายอภิสิทธิ์แล้วในขณะนี้.

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/oversea/89069

_________________
คลิกเพื่อกลับไปหน้าแรก ของ Website RedCyberClub
www.redcyberclub.co.cc

RED LETTER

จำนวนข้อความ : 266
Join date : 24/09/2009

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

**มารู้จัก ทนายความส่วนตัว ของทักษิณ..กาน

ตั้งหัวข้อ by RED LETTER on Thu Jun 17, 2010 1:11 am

โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายส่วนตัวของ ทักษิณ

เรียบเรียงโดยกระปุกดอทคอม

ขณะที่การเผชิญหน้ากัน ระหว่างกองกำลังทหาร กลุ่มก่อการร้ายที่สร้างความปั่นป่วนย่านใจกลางธุรกิจหลายจุดของกรุงเทพมหานคร และกลุ่มผู้ชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปช.) ยังคงดำเนินต่อไปโดยไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงเมื่อใดนั้น ชื่อของ โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ก็ปรากฏหราตามหน้าหนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับในประเทศไทย ทั้งยังถูกอ้างถึงในสื่อทุกแขนง ในฐานะทนายความประจำตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ล่าสุด ออกมาเรียกร้องให้ประชาคมโลกดำเนินการเอาผิดกับรัฐบาลไทย ในฐานะที่ใช้กำลังทหารปราบปรามพลเรือนผู้บริสุทธิ์ในเหตุสลายการชุมนุมช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ เว็บไซต์หนังสือพิมพ์บอร์บา ในยูโกสลาเวีย ระบุว่า นายอัมสเตอร์ดัม เป็นเจ้าของบริษัท อัมสเตอร์ดัม แอนด์ พีรอฟฟ์ บริษัทที่ปรึกษาด้านกฎหมายระดับประเทศ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2523 มีความเชี่ยวชาญด้านการฟ้องร้องดำเนินคดีที่ซับซ้อน โดยมีสำนักงานตามเมืองใหญ่ ๆ หลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นกรุงลอนดอน กรุงวอชิงตัน ดีซี หรือโตรอนโต แต่เชื่อว่าเหตุผลสำคัญที่ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ตัดสินใจว่าจ้างบริษัทนี้ เป็นเพราะขึ้นชื่อว่าเชี่ยวชาญยิ่งในเรื่องกฎหมายธุรกิจระหว่างประเทศ และคดีความด้านการเมืองที่มีความสลับซับซ้อน โดยเฉพาะคดีที่มีรัฐเป็นคู่ขัดแย้ง หรือถูกกล่าวหาว่าใช้อำนาจโดยมิชอบกับคู่กรณี

ผลงานชิ้นโบแดงที่ช่วยรับรองคุณภาพความเป็นทนายความมืออาชีพของ นายอัมสเตอร์ดัม ก็คือ การเป็นหนึ่งในคณะทนายความแก้ต่างให้นายมิคฮาอิล โคดอร์ฟสกี มหาเศรษฐีชาวรัสเซีย อดีตเจ้าของยูคอส บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของแดนหมีขาว เมื่อปี 2546 ที่ถูกกล่าวหาว่าฉ้อโกงและเลี่ยงภาษี

แต่หน้าที่หลักของ นายอัมสเตอร์ดัม ไม่ได้อยู่ที่การทำหน้าที่แก้ต่างให้แก่ลูกความ แต่เน้นไปที่การแก้ต่างให้ นายโคดอร์ฟสกี บนเวทีระหว่างประเทศมากกว่า หรืออีกนัยหนึ่งทำหน้าที่ลอบบี้ยิสต์มากกว่าทนายความนั่นเอง ระหว่างนั้นได้งัดกลยุทธ์เด็ด ผ่านรูปแบบการโฆษณาชวนเชื่อ เพื่อทำให้คดีของอดีตมหาเศรษฐีน้ำมันรัสเซียได้รับความสนใจจากทั่วโลก ด้วยการสร้างภาพว่าลูกความผู้นี้เป็น "เหยื่อ" ของอำนาจรัฐ หรืออีกนัยหนึ่ง แปรเปลี่ยนการต่อสู้ในคดีฉ้อโกง เลี่ยงภาษีให้กลายเป็นการต่อสู้เชิงสัญลักษณ์เกี่ยวกับเสรีภาพของประชาชน คู่ไปกับการสร้างภาพรัฐบาลรัสเซียในยุคของ ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ว่าเป็นรัฐที่กดขี่และใช้อำนาจบาตรใหญ่เอาเปรียบประชาชน

ท้ายที่สุดศาลรัสเซียตัดสินจำคุก นายโคดอร์ฟสกี นาน 8 ปี พร้อมทั้งยกเลิกวีซ่าของ นายอัมสเตอร์ดัม และเนรเทศออกจากประเทศ ส่วนบริษัทยูคอส ก็ถูกยึดทรัพย์ จนอยู่ในฐานะล้มละลาย

บริษัทอัมสเตอร์ดัม แอนด์ พีรอฟฟ์ ยังเคยเป็นที่ปรึกษาทางกฎหมายให้ นายชี ชุน จวนหัว หน้าพรรคประชาธิปไตยสิงคโปร์ ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน ที่ถูกรัฐบาลเล่นงานจนถูกศาลสั่งจำคุกเมื่อปีที่แล้ว และได้ฉวยโอกาสช่วงที่สิงคโปร์เป็นเจ้าภาพการประชุมผู้นำกลุ่มเอเปกออกสมุดปกขาววิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลสิงคโปร์หลายประเด็น โดยเฉพาะการปิดกั้นสิทธิเสรีภาพ และใช้กฎหมายกำจัดผู้ที่มีความเห็นแตกต่าง

อย่างไรก็ดี จุดอ่อนของบริษัทที่ปรึกษากฎหมายนี้ ก็คือเว็บไซต์ของบริษัทได้เชื่อมต่อโดยตรงกับบล็อกทางการของนายอัมสเตอร์ดัมสองบล็อก ซึ่งถือว่าละเมิดกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพทนายของสมาคมกฎหมายแห่งแคนาดา สมาคมกฎหมายอังกฤษ และเวลส์ มิหนำซ้ำ การตัดแปะ หรือคัดลอกบทความจากหนังสือพิมพ์ชั้นนำต่าง ๆ อาทิ บทความจากหนังสือพิมพ์วอลล์ สตรีท เจอร์นัล ที่ นายอัมสเตอร์ดัม ทำอยู่บ่อย ๆ ก็ทำให้นักกฎหมายชื่อดังผู้นี้มีความผิดฐานละเมิดกฎหมายลิขสิทธิ์ด้วย

แต่ที่เป็นประเด็นท้าทายมากกว่านั้น ก็คือ ในเว็บไซต์ของบริษัทระบุว่า นายอัมสเตอร์ดัม เป็นสมาชิกสมาคมทนายความแห่งนิวยอร์ก ทั้ง ๆ ที่ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม จุดแข็งของ นายอัมสเตอร์ดัม อีกประการหนึ่งคือ มีสายสัมพันธ์ที่ดีกับสื่อยักษ์ใหญ่ระดับโลกทุกแขนง ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์วอลล์ สตรีท เจอร์นัล ไฟแนนเชียล ไทม์ส วอชิงตันโพสต์ ซีเอ็นเอ็น หรือแม้แต่ฟอกซ์ นิวส์ ทำให้ นายอัมสเตอร์ดัม มีอาวุธเด็ดในการต่อสู้คดีให้แก่บรรดาลูกความเสมอ

ที่มา : http://hilight.kapook.com/view/48827

_________________
คลิกเพื่อกลับไปหน้าแรก ของ Website RedCyberClub
www.redcyberclub.co.cc

RED LETTER

จำนวนข้อความ : 266
Join date : 24/09/2009

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ