คิดดี อายุยืน...จริงๆ นะ

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

คิดดี อายุยืน...จริงๆ นะ

ตั้งหัวข้อ by RED LETTER on Thu Jan 14, 2010 12:01 am


เราคงเคยได้ยินมาว่า ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว ถ้าสุขภาพจิตเราดี สุขภาพกายเราก็จะดีตาม และถ้ายิ่งมองโลกในแง่ดีอยู่เสมอด้วยแล้ว ก็จะส่งผลดีต่อร่างกายของเรา มีปัญหาสุขภาพน้อยกว่าคนที่คิดในแง่ลบตลอดเวลา ดังที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ออกมาให้เราเห็นอยู่เป็นระยะ ๆ

หลายคงร้องบ่นว่า ก็รู้อยู่ว่า เวลาที่จิตใจเราสงบ คิดแต่เรื่องดี ๆ มันทำให้จิตใจเราแช่มชื่น รู้สึกมีความสุข แต่ในบางครั้งสถานการณ์ต่าง ๆ หรือแม้แต่ผู้คนที่เราต้องพบเจอในแต่ละวัน ปัญหาต่าง ๆ ที่เราต้องเผชิญ มันก็ส่งผลให้จิตใจหดหู่ พาลคิดท้อแท้ จนคิดไม่ดีได้เหมือนกัน คำถามคือ แล้วเราจะสามารถเปลี่ยนนิสัยในการคิดได้หรือ

คำตอบคือ เราสามารถเปลี่ยนได้ ถ้าพยายาม

นักจิตวิทยาตะวันตกมีวิธีการหลายอย่างที่เขาแนะนำให้เราสามารถเปลี่ยนแง่คิดของเราได้


สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งคือคนที่มีนิสัยคิดไม่ดี หรือมองโลกในแง่ร้าย มักจะมีความคิดคำนึงที่เป็นลบในใจ มักคิดเองพูดกับตัวเองในทางลบเสมอ ๆ ซึ่งสามารถแบ่งแนวคิดติดลบได้เป็นหลายแบบ ได้แก่

1.คิดสุดขั้ว (polarizing) คนที่คิดไม่ดีแบบนี้ มักมองอะไรแบบสุดขั้ว คือดีกับไม่ดี แพ้กับชนะ ไม่มีทางสายกลาง คนกลุ่มนี้ถ้าเล่นเทนนิสคู่มักจะเป็นประเภท เกมแพ้แต่คนไม่แพ้ พาลเอาเรื่องคนอื่น รวมถึงพาร์ทเนอร์ตัวเองว่าทำผิดพลาด ทำให้ไม่มีใครอยากเล่นด้วย

2.คิดแต่ในสิ่งที่ไม่ดี (filtering) คนกลุ่มนี้ จะกรองแต่เอาสิ่งดี ๆ ออก แล้วคิดถึงแต่สิ่งที่ไม่ดี และบางครั้งชอบคิดขยายความไม่ดีให้ใหญ่ขึ้นด้วย เช่นเปรียบเทียบตัวเองกับเพื่อนร่วมรุ่นว่าเขามีเงินเดือนมากกว่า

3.คิดเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ (castastrophizing) บางทีคู่สนใจพูดแบบไม่ได้ตั้งใจ ใช้คำที่กินใจเรา เราก็เอาไปคิดขยายเป็นเรื่องใหญ่โต เช่น ทักว่าอิ่มเอิบ ก็เข้าใจไปว่ากำลังอ้วน ก็ไปลดน้ำหนักจนซูบซีด เป็นต้น

4.คิดลงโทษตัวเอง (personalizing) เมื่อมีสิ่งไม่ดีเกิดขึ้น คนคิดแบบนี้มักจะคิดลงโทษตัวเอง เช่น พาแม่ไปไหวพระ 9 วัด แล้วเกิดอุบัติเหตุรถคว่ำบาดเจ็บล้มตาย คนคิดไม่ดีแบบนี้มักจะโทษตัวเองฝังใจจนหมดความปกติสุขในชีวิต ทั้ง ๆ ที่เป็นความผิดของรถ คนขับรถ หรือถนน ฯลฯ

นิสัยความคิดความอ่านมักเกิดจาก 2 องค์ประกอบ คือพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม ที่ฝรั่งเรียกว่า Nature and Nurture (การเลี้ยงดู) แต่ผู้รู้กล่าวว่า หากเราอยากจะปรับเปลี่ยนลักษณะนิสัยการคิดเสียใหม่ เราสามารถทำได้ หากพยายามอย่างจริงจัง


นักจิตวิทยาแนะวิธีการแก้ไขไว้ ดังนี้

1.เปลี่ยนทัศนคติ มองว่าชีวิตเรามีขึ้นมีลง ให้รู้จักความคิดติดลบเหล่านั้น และรู้ตัวเสมอ เมื่อความคิดติดลบเกิดขึ้นในใจ ให้หาแง่มุมดีในการแก้ปัญหา เป็นการนำความคิดติดลบมาใช้ประโยชน์เพื่อการแก้ปัญหานั่นเอง

2.มองหาข้อดี ในบางเหตุการณ์ที่ทำให้เราต้องสูญเสียข้าวของเงินทอง ต้องกลับมองหาข้อดีเพื่อเป็นพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสในการรู้จักระมัดระวังตัวมากขึ้น เช่น ถูกมิฉาชีพกรีดกระเป๋าราคาแพงของเราและขโมยกระเป๋าเงินไป ถ้าเรามองหาข้อดี เราจะพบว่า กระเป๋าถูกกรีดยังซ่อมได้ ดีกว่าถูกดักทำร้ายเพื่อขโมยกระเป๋าไป สูญทั้งกระเป๋าราคาแพง ทั้งกระเป๋าเงิน แถมยังโดนทำร้ายอีกด้วย


3.คิดถึงบุญคุณของคนอื่นและชื่นชมกับสิ่งดี ๆ ที่เราได้รับหรือมีอยู่ เช่น คิดถึงชีวิตความเป็นอยู่ดี ๆ ในขณะนี้และชื่นชมยินดีกับมัน

4.หัดมองหา และสนุกกับสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น หยุดสูดดมชื่นชมกลิ่นหอมขณะวิ่งออกกำลังกายผ่านสวยดอกไม้ สนุกกับงานอดิเรกที่ตนชื่อชอบโดยไม่ต้องเป็นกังวลกับเวลา

5.ให้ความเมตตาต่อสรรพสิ่ง ฟังดูแปลกสักนิด แต่เป็นสิ่งที่เราควรทำเพื่อยกระดับจิตใจ และทำให้เรารู้สึกดีกับตัวเอง พอใจกับสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ และคิดดีทั้งกับตัวเองและผู้อื่น เช่น เห็นคนกวาดถนน กระเป๋ารถเมล์ หรือแม้แต่คนเก็บของเก่า ให้นึกเมตตาว่าเขาเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่ประกอบสัมมาอาชีพ เราดีกว่าเขา เราควรปฏิบัติต่อเขาด้วยความเมตตา พบเจอวนิพก ก็ให้ทานจะทำให้เรามีความสุขใจ อย่าลืมว่าการทำบุญในทัศนะของชาวพุทธคือการทำอะไรก็ตามที่ทำให้เราสบายใจ

6.พิจารณาการมองสิ่งอื่น คนอื่น ในแง่ลบเสียใหม่ คนที่เราไม่ชอบเคยวิพากษ์วิจารณ์ ควรหัดมองดูเขาใหม่ การมีความคิดติดลบแบบเก่า ๆ ไม่ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น แถมยังทำให้จิตตกได้ง่ายอีกด้วย

นอกจากนี้ เราสามารถแก้ไขปัญหานิสัยใจร้อน มุทะลุ พูดคำหลาย และการมองโลกในแง่ร้าย ด้วยการฝึกนั่งวิปัสสนากรรมฐานให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เนื่องจากช่วยลดอิทธิพลของพันุกรรมและสิ่งแวดล้อมได้ การฝึกกรรมฐานที่ดีแล้ว ทำให้เรารู้ตัวพร้อมตลอดเวลาที่ตื่นตัวอยู่ทำให้มองโลกตามความเป็นจริง ทำให้จิตใจเราสงบลง เข้าใจเรื่องราว ๆ ต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตได้ง่ายขึ้น มองโลกในแง่ร้ายลดน้อยลง คิดดีทั้งต่อตนเองและต่อคนอื่นมากขึ้น

ของแบบนี้ค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนไปทีละนิด หมั่นทำให้ได้เป็นนิสัย เมื่อทำได้ จิตใจก็เป็นสุข ร่างกายก็ดี อายุยืนขึ้นแน่นอน
ขอบคุณเนื้อหาบางส่วนจาก นิตยสาร HealthToday
Never-Age.com

RED LETTER

จำนวนข้อความ : 266
Join date : 24/09/2009

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ