อังกฤษห้ามขายGT200ตรวจบึ้มไร้ค่า-ไทยนำเข้า

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

อังกฤษห้ามขายGT200ตรวจบึ้มไร้ค่า-ไทยนำเข้า

ตั้งหัวข้อ by dimistry on Fri Jan 29, 2010 8:24 pm



รัฐบาลอังกฤษ ห้ามขายเครื่องตรวจระเบิดมือถือส่งไปอิรัก-อัฟกาฯ ส่วนไทยนำเข้า535เครื่องบึ้มตลอด ชุมชนเน็ตหว้ากอแฉเลียนแบบ "สุเทพ"ยันคนละยี่ห้อ


เว็บไซต์สำนักข่าวบีบีซี รายงานเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา(23 ม.ค.) รัฐบาลอังกฤษได้ออกคำสั่งห้ามส่งออกและจำหน่ายเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดแบบ มือถือ ADE-651 ไปยังประเทศอิรักและอัฟกานิสถาน ซึ่งกำลังพลจากกองทัพอังกฤษยังคงปฏิบัติการอยู่ใน 2 ประเทศนี้ ภายหลังจากตำรวจนำกำลังเข้าจับกุมตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์ดังกล่าว

ก่อนหน้าการจับกุม สำนักข่าวบีบีซีได้รายงานข่าวเชิงสืบสวนเพื่อจับโกหกเครื่องมือชนิดนี้ ซึ่งตัวแทนจำหน่ายโฆษณาว่าสามารถค้นหาวัตถุระเบิดได้อย่างแม่นยำ มีประสิทธิภาพด้วยการ์ดอิเลคทรอนิคส์แบบพิเศษ แต่แท้ที่จริงแล้วเครื่องมือดังกล่าวไม่สามารถค้นหาวัตถุระเบิดได้จริง

รายงานระบุด้วยว่า เครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด ADE-651 ถูกส่งไปจำหน่ายอย่างแพร่หลายในตะวันออกกลาง รวมถึงประเทศไทย โดยรัฐบาลอิรักเคยทุ่มเงินถึง 85 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2,500 ล้านบาท) เพื่อจัดซื้อเครื่องมือชนิดนี้ซึ่งมีสนนราคาอยู่ที่เครื่องละ 40,000 เหรียญ (ราว 1.2 ล้านบาท) และส่งไปใช้กันเกือบทุกจุดตรวจในกรุงแบกแดด

เป็นที่น่าสังเกตว่า ทั้งรูปลักษณ์และวิธีการทำงานของเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด ADE-651 มีความคล้ายคลึงกับเครื่องตรวจร่องรอยสสารระยะไกล หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “เครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด จีที 200” ซึ่งหน่วยงานด้านความมั่นคงใช้กันอย่างกว้างขวางในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวคือที่ตัวเครื่องจะมีเสาอากาศคอยชี้จุดหรือทิศทางที่ตรวจพบสารที่ต้อง การค้นหา ขนาดของเครื่องไม่ใหญ่นัก สามารถถือได้อย่างเหมาะมือ มีการ์ดใส่เข้าไปในตัวเครื่องเพื่อกำหนดชนิดของสสารที่ต้องการตรวจ และอ้างว่าใช้ไฟฟ้าสถิตย์จากตัวผู้ถือไปค้นหาสนามแม่เหล็กจากสารประกอบ ระเบิด

แหล่งข่าวซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์จาก สถาบันอุดมศึกษาชื่อดังในกรุงเทพฯ ตั้งข้อสังเกตว่า บริษัทที่ถูกจับกุมในอังกฤษน่าจะเป็นบริษัทเดียวกันกับที่จำหน่ายเครื่อง ตรวจจับวัตถุระเบิดที่มีชื่อทางการค้าว่า ADE-101 ซึ่งกำลังถูกจัดซื้อเพื่อนำมาใช้ในภารกิจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทย

ก่อนหน้านี้ องค์กรภาคประชาสังคม นักวิทยาศาสตร์ ตลอดจนชุมชนในอินเทอร์เน็ต ได้ออกมาตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด จีที 200 หลังจากฝ่ายความมั่นคงใช้เครื่องมือดังกล่าวตรวจหาวัตถุระเบิดและแสดงผลผิด พลาดถึง 2 ครั้งซ้อน จนเกิดระเบิดครั้งรุนแรงที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส (คาร์บอมบ์) เมื่อวันที่ 6 ต.ค.2552 และในตลาดสดกลางเมืองยะลา (มอเตอร์ไซค์บอมบ์) เมื่อวันที่ 19 ต.ค.ปีเดียวกัน เป็นเหตุให้มีประชาชนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก

ผลจากความผิดพลาดดังกล่าว ทำให้กองบัญชาการผสมพลเรือน ตำรวจ ทหาร (พตท.) ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ และสรุปว่าความผิดพลาดเกิดขึ้นจากตัวผู้ใช้ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญพอ หรืออาจจะพักผ่อนน้อย เนื่องจากเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดชนิดนี้ใช้ไฟฟ้าสถิตย์จากร่างกายผู้ถือ เพื่อตรวจหาสนามแม่เหล็กจากสารประกอบระเบิด แต่คำชี้แจงดังกล่าวถูกต่อต้านจากกลุ่มนักวิทยาศาสตร์และองค์กรภาคประชา สังคมที่ติดตามตรวจสอบเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพราะหลักการทำงานของเครื่องมือตามที่อ้างไม่ใช่หลักวิทยาศาสตร์ อีกทั้งยังไม่มีกลไกอิเลคทรอนิคส์ใดๆ ในตัวเครื่อง วิธีการค้นหาระเบิดจึงคล้ายกับ “ลวดเดาว์ซิ่ง” ที่ใช้หาแหล่งน้ำ แต่ไม่ได้มีการยอมรับว่าเป็นวิทยาศาสตร์แต่อย่างใด

นอกจากนั้น จากเอกสารโฆษณาประชาสัมพันธ์ของบริษัทผู้จำหน่ายเครื่อง ยังอ้างว่าการทำงานของเครื่องมือนี้ไม่ใช้แบตเตอรี่ แต่ใช้พลังงานจากไฟฟ้าสถิตย์ ใช้หลักพื้นฐานการดึงดูดของสนามแม่เหล็ก ชี้บอกทิศทาง (ตำแหน่ง) ของสารที่ได้กำหนดค่าไว้ในเซนเซอร์การ์ด การตรวจจับสามารถผ่านทะลุพื้นผิวแต่ละชนิดและผสมหลายชนิด เช่น พื้นดิน น้ำ น้ำมันเชื้อเพลิง คอนกรีต โลหะ ตะกั่ว ยานพาหนะ เรือ อากาศยาน สิ่งปลูกสร้าง ไม่มีสิ่งใดปิดกั้นการตรวจจับได้ สามารถตรวจค้นหาทางภาคพื้น พื้นที่เปิดโล่ง 700 เมตร มีสิ่งปลูกสร้างหนาแน่น 200 เมตร ในบริเวณป่าเขา 600 เมตร สามารถตรวจค้นหาทางทะเลชายฝั่ง 850 เมตร บริเวณท่าเรือเปิดโล่ง 750 เมตร ท่าเรือมีเรือหนาแน่น 100 เมตร สามารถตรวจค้นหาทางอากาศโดยขึ้นไปบนเฮลิคอปเคอร์ 4,000 เมตร (เท่ากับ 4 กิโลเมตร) ความลึกในการตรวจค้นหาใต้น้ำลึก 500 เมตร ใต้พื้นดินลึก 60 เมตร สามารถค้นหาได้ทั้งสารประกอบระเบิด ดินปืน รวมถึงซากศพมนุษย์ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์และผู้รู้ทางด้านนี้ต่างยืนยันว่าเป็นคุณสมบัติที่เกิน จริงและเป็นไปไม่ได้เลย

ประเด็นข้อสงสัยเกี่ยวกับประสิทธิภาพ ของเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด จีที 200 เคยถูกนำเข้าพิจารณาในคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตาม เร่งรัด ประเมินผลการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ วุฒิสภา โดยมีการเชิญผู้แทนจากฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งกองทัพบกโดย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เข้าชี้แจง

ผลสรุปจากคณะกรรมาธิการฯ คือให้กองทัพจัดการทดสอบประสิทธิภาพของเครื่องมือชนิดนี้อย่างเป็นทางการ ด้วยวิธีการที่สากลยอมรับ ไม่ใช่จัดทดสอบโดยบริษัทตัวแทนจำหน่ายเครื่อง แต่ข้อเรียกร้องดังกล่าวไม่ได้รับการตอบสนองจากฝ่ายความมั่นคงแต่อย่างใด

ปัจจุบัน กลุ่มองค์กรภาคประชาสังคม นักวิทยาศาสตร์ และชุมชนในอินเทอร์เน็ต ได้จัดทำฟอร์เวิร์ดเมล์ในนามของ "ชุมชนวิทยาศาสตร์หว้ากอ" หัวข้อ "ร่วมยับยั้งเครื่องตรวจระเบิดลวงโลก" มีเนื้อหาต่อต้านเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดที่มีชื่อทางการค้าแตกต่างกัน หลายชื่อ และกำลังนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในหน่วยงานด้านความมั่นคงของไทย ทั้งตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ส่งต่อๆ กันเพื่อให้ความรู้กับประชาชนด้วยภาษาและข้อมูลที่เข้าใจจ่าย พร้อมให้โหลดเอกสารอ้างอิงจากต่างประเทศที่มีการตรวจสอบ จับกุม และสั่งห้ามจำหน่ายเครื่องมือลักษณะใกล้เคียงกันนี้ เพื่อกดดันให้ฝ่ายความมั่นคงยุติการใช้เครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดดังกล่าว

นอกจากนั้นยังมีนักข่าวต่างประเทศชื่อ ดังที่ทำข่าวอยู่ในประเทศไทย และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เขียนบทความเชิงประชดประชันผ่านเว็บไซต์ของตนเอง กรณีฝ่ายความมั่นคงไทยใช้เครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดที่ถูกตั้งคำถามว่ามี คุณสมบัติไม่ต่างอะไรกับของเล่นเด็กด้วย

สำหรับเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด จีที 200 ที่ใช้ในประเทศไทยมีราคาเครื่องละ 9 แสนถึง 1.6 ล้านบาท และมีใช้กิจการเพื่อความมั่นคงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ถึง 535 เครื่อง!

ที่มา: โต๊ะข่าวภาคใต้ สถาบันอิศรา
ต้น ฉบับของบีบีซี http://news.bbc.co.uk/2/hi/uk_news/8476381.stm

ปูดจีที200 ตรวจวัตถุระเบิดดัดแปลงไม่เจอ

นายตำรวจตระเวนชายแดนรายหนึ่ง เคยทำงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่า เครื่องจีที 200 ซึ่งไทยใช้งานอยู่นั้นนำเข้ามาจาก 3 ประเทศ คือ อังกฤษ สหรัฐอมเริกา และเยอรมัน เป็นเครื่องที่ใช้ตรวจหาวัตถุระเบิด ช่วงที่ตนเองเคยทำงานอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็เคยผ่านการสัมผัสใกล้ชิดและใช้งานมาบ้างแล้วในหน่วยงานที่ตนทำงานอยู่

ซึ่งประสิทธิภาพของเครื่องชนิดนี้เท่า ที่ผ่านประสบการณ์มา พบว่าค่อนข้างทำงานได้ตรงเป้าบ้าง ผิดพลาดบ้าง แต่โดยหลักเกณฑ์การใช้เครื่องที่ทางบริษัทผู้ผลิตระบุมาคือ ต้องขึ้นอยู่กับความมั่นใจและความเชื่อมั่นในประสิทธิภาพของตัวเครื่องจาก ตัวผู้ใช้งานด้วย จะต้องมีจิตใจเชื่อมั่นแน่วแน่ ผสานใจเป็นหนึ่งเดียวกับตัวเครื่องชนิดนี้ ผลการทำงานจึงค่อนข้างเป็นไปตามเป้าหมาย แต่หากผู้ใช้งานเครื่องนี้มีสภาพจิตใจที่ไม่เชื่อมั่นในคุณภาพของเครื่อง การทำงานของเครื่องก็จะด้อยประสิทธิภาพ และไม่เป็นไปตามเป้า

"เครื่องชนิดนี้ โดยส่วนตัวแล้ว รู้สึกไม่ค่อยมีความมั่นใจมากนัก แต่การที่มีเครื่องดังกล่าวอยู่ในขณะปฏิบัติหน้าที่เสี่ยง ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี ดีกว่าไม่มี ถ้าผู้ใช้งานมีความเชื่อมั่นในตัวเครื่องมันก็ทำงานได้ตามเป้าหมาย แต่ถ้าผู้ใช้งานไม่เชื่อมั่น การใช้งานเครื่องนี้ก็จะผิดพลาด ซึ่งที่ผ่านมามีทั้งเป็นไปตามเป้าและความผิดพลาด ทั้งนี้บริษัทผู้ผลิตเองไม่มีรายใดหรอก ที่จะออกมาระบุว่าเครื่องที่ตนเองผลิต มีประสิทธิภาพหรือคุณภาพไม่ดี และเมื่อใช้ไม่ได้ผล จึงบอกว่าผู้ใช้จะต้องมีจิตใจเชื่อมั่นผสานใจเป็นหนึ่งเดียวกับตัวเครื่อง การใช้งานจึงมีประสิทธิผลดี"

แหล่งข่าวรายนี้ กล่าวและว่า อย่างไรก็ตามสำหรับเครื่องดังกล่าวนั้น หากทางกลุ่มคนร้ายดัดแปลงวัตถุระเบิด ก็ไม่สามารถตรวจหาเจอ เช่น หากคนร้ายใช้ดินระเบิดจากพลุ ดอกไม้ไฟ หรือประทัดยักษ์มาทำระเบิด เครื่องดังกล่าวก็จะตรวจหาไม่เจอแล้ว ซึ่งคล้ายกับการนำสุนัขดมกลิ่นมาตรวจหาสารเสพติด ยาเสพติด หากผู้ลักลอบค้ายาเสพติดนำกระเทียม หัวหอม ซึ่งมีกลิ่นแรงมาป้ายมาทา มาป้าย ก็ทำให้สุนัขไขว้เขว เป็นต้น

"สรุปได้ว่าเครื่องดังกล่าวนี้ หากผู้ใช้งานมีความเชื่อมั่นในตัวเครื่อง ก็จะทำให้มีประสิทธิภาพได้ตามเป้าถึง 80 เปอร์เซ็น แต่ถ้าผู้ใช้งานไม่มั่นใจ ไม่เชื่อ ก็อยู่ที่ 50:50" แหล่งข่าวรายนี้ ระบุ

"สุ เทพ” ยันเครื่องตรวจระเบิดในไทยใช้ได้ผล

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 12.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคงให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฝ่ายความมั่นคงของอังกฤษ จับกุมบริษัทผู้ผลิตเครื่องตรวจจับวัตุระเบิดที่ไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกับประเทศไทยใช้จำนวนมาก แต่เป็นคนละยี่ห้อ ว่า ตนยังไม่เห็นข้อมูลทางเทคนิคเหล่านี้ แต่เท่าที่ตนติดตามจากฝ่ายปฏิบัติที่อยู่ในสนามก็ใช้ได้ผล แต่ว่ามันก็มีตัวแปร เช่น ในขณะที่ทำงานอาจมีฝนตก หรือ มีเหงื่อในมือหรือคนนั้นไปผ่านบางพื้นที่มา จึงอาจมีข้อคลาดเคลื่อนได้ แต่ตนก็ถามเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ที่อยู่ในสนามก็บอกว่าพอใจและเห็นว่าใช้ได้ ผล

เมื่อถามว่า หากมีการสั่งให้ยกเลิกการใช้ ถ้าตรวจสอบแล้วพบว่า ไม่มีสิทธิภาพจริงอย่างที่โฆษณา นายสุเทพ กล่าวว่า ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงและมีการใช้เครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดยี่ห้อดังกล่าวใน บ้านเราก็สามารถทบทวนได้ ทราบว่าที่ใช้อยู่เป็นคนละยี่ห้ออยู่แล้ว แต่ต้องไปดูว่าเหมือนกันหรือไม่

_________________
คลิกเส้นทางไปหาเว็บ Http://RedCyberClub.Co.Cc


อ่านวิธีการดาวน์โหลดไฟล์จากเว็บฝากไฟล์ทั่วๆไป


dimistry
Admin

จำนวนข้อความ : 808
Join date : 18/09/2009
ที่อยู่ : France

ดูข้อมูลส่วนตัว http://http:redcyberclub.co.cc

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ